|
แนวทางเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการพิจารณาคำของบประมาณ: มุมมองนักวิเคราะห์งบประมาณของสำนักงบประมาณ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | แนวทางเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการพิจารณาคำของบประมาณ: มุมมองนักวิเคราะห์งบประมาณของสำนักงบประมาณ |
| Creator | ชุติมา เชื้อคำฮด |
| Contributor | กองกูณฑ์ โตชัยวัฒน์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | กระบวนการพิจารณาคำของบประมาณ, นักวิเคราะห์งบประมาณ, สำนักงบประมาณ, การปรับปรุงกระบวนการทำงาน, Budget request review process, Budget analyst, Bureau of the budget, Business process reengineering |
| Abstract | การค้นคว้าอิสระนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาบทบาทของปัจจัยนำเข้า ได้แก่ ทรัพยากรบุคคล ข้อมูลและเอกสาร และกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์และนโยบาย ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของกระบวนการพิจารณาคำของบประมาณ (2) ศึกษาบทบาทของกระบวนการและขั้นตอนการทำงานที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพดังกล่าว และ (3) เสนอแนวทางการพัฒนาปัจจัยนำเข้าและกระบวนการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการพิจารณาคำของบประมาณ จากมุมมองของนักวิเคราะห์งบประมาณซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานโดยตรงการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก ร่วมกับการศึกษาข้อมูลจากเอกสาร โดยเก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลหลัก คือ นักวิเคราะห์งบประมาณของสำนักงบประมาณ จำนวน 15 คน ครอบคลุมทั้ง 3 ระดับตำแหน่ง ได้แก่ ระดับปฏิบัติการ ระดับชำนาญการ และระดับชำนาญการพิเศษ ซึ่งเลือกแบบเจาะจง และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์แก่นสาระแบบผสมผสานระหว่างการสร้างรหัสตามกรอบแนวคิดการวิจัยและการสร้างรหัสเชิงอุปนัย โดยใช้กรอบแนวคิดการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ (NPM) การบริหารผลการปฏิบัติงานภาครัฐ (Performance Management) และการปรับปรุงกระบวนการทำงาน (BPR) เป็นฐานในการวิเคราะห์ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยนำเข้าทั้ง 3 ด้านมีบทบาทสำคัญต่อประสิทธิภาพของกระบวนการ โดยด้านทรัพยากรบุคคล นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นว่ายังมีช่องว่างทักษะ (Skill Gap) โดยเฉพาะทักษะด้านการวิเคราะห์ข้อมูลดิจิทัล (Data Analytics) การใช้โปรแกรมสำเร็จรูปขั้นสูง และความเข้าใจในภารกิจเฉพาะด้านของหน่วยรับงบประมาณ ด้านข้อมูลและเอกสาร พบปัญหาคำของบประมาณที่ไม่ครบถ้วนและต้องขอข้อมูลเพิ่มเติมหลายรอบ อีกทั้งระบบสารสนเทศที่มีอยู่ เช่น ระบบ e-Budgeting ยังทำหน้าที่เพียงจัดเก็บข้อมูล ไม่สามารถรองรับการวิเคราะห์เชิงลึกได้ และด้านกฎหมาย ระเบียบ และนโยบาย แม้โดยรวมมีความชัดเจน แต่การเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์และแบบฟอร์มพิจารณาระหว่างกระบวนการทำให้ต้องปรับแก้งานซ้ำและสิ้นเปลืองเวลา ในด้านกระบวนการทำงาน พบว่าขั้นตอนการรับและตรวจสอบความครบถ้วนของคำขอเป็นจุดควบคุมคุณภาพที่ส่งผลต่อความล่าช้าของขั้นตอนถัดไปมากที่สุด เนื่องจากคุณภาพของคำขอต้นทางไม่สมบูรณ์ ขณะที่การกรอกแบบฟอร์มซ้ำซ้อนหลายระดับเบียดบังเวลาที่ควรใช้วิเคราะห์เชิงลึก การเปรียบเทียบมุมมองระหว่าง 3 ระดับตำแหน่งพบว่า ยิ่งผู้ให้ข้อมูลมีประสบการณ์สูงขึ้น การวินิจฉัยปัญหายิ่งเปลี่ยนจากระดับปฏิบัติการไปสู่ระดับเชิงระบบและเชิงนโยบาย ผลการวิจัยชี้ว่าการเพิ่มประสิทธิภาพต้องพัฒนาอย่างสมดุลใน 3 มิติ ได้แก่ (1) ด้านบุคลากร พัฒนาทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำระบบการจัดการความรู้ (Knowledge Management) พร้อมคู่มือการปฏิบัติงาน เพื่อลดการพึ่งพาการสอนงานแบบไม่เป็นทางการ (2) ด้านกระบวนการ ออกแบบกระบวนการใหม่ตามแนวคิด BPR เพื่อลดความซ้ำซ้อน และยกระดับคุณภาพคำขอต้นทางด้วยมาตรฐานเอกสารและรายการตรวจสอบ (Checklist) และ (3) ด้านเทคโนโลยี ยกระดับระบบสารสนเทศให้เชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลได้จริง โดยเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสนับสนุนที่ต้องดำเนินควบคู่กับการปรับกระบวนการและการพัฒนาคน เพื่อให้นักวิเคราะห์งบประมาณมีเวลาวิเคราะห์เชิงลึกมากขึ้น อันจะเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการพิจารณาคำของบประมาณทั้งด้านความถูกต้อง ความทันเวลา คุณภาพการจัดสรร และความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง |