สัณฐานวิทยาและชีววิทยาการสืบพันธุ์ของบัวดิน 6 พันธุ์
รหัสดีโอไอ
Title สัณฐานวิทยาและชีววิทยาการสืบพันธุ์ของบัวดิน 6 พันธุ์
Creator กรกนก ฉ่ำชูศรี
Contributor u0e40u0e22u0e32u0e27u0e1eu0e32 u0e08u0e34u0e23u0e30u0e40u0e01u0e35u0e22u0e23u0e15u0e34u0e01u0e38u0e25, u0e17u0e35u0e48u0e1bu0e23u0e36u0e01u0e29u0e32
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2568
Keyword บัวดิน, สัณฐานวิทยา, ความมีชีวิตของเรณู, การเก็บรักษาเรณู, การยอมรับการผสมของเกสรเพศเมีย, การผสมข้าม, Zephyranthes, Morphological, Pollen viability, Long term pollen storage, Stigma receptivity, Cross-pollination
Abstract ในการผลิตลูกผสมข้ามชนิดหรือสกุลของบัวดิน (Zephyranthes spp.) สามารถทำได้โดยการปรับปรุงพันธุ์แต่มักประสบปัญหาผสมไม่ติด ข้อมูลทางสัณฐานวิทยาและชีววิทยาการสืบพันธุ์จึงมีความสำคัญต่อการปรับปรุงพันธุ์บัวดิน ในงานวิจัยนี้จึงได้ศึกษาสัณฐานวิทยาและชีววิทยาการสืบพันธุ์ของบัวดินจำนวน 6 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ขาวหอม (Z. traubii) แคนดิด้า (Z. candida) แกรนดิฟลอร่า (Z. grandiflora) พิมชมพู (Zephyranthes ‘Pim Chompoo’) เหลืองขมิ้น (Z. citrina) และ A21 (Zephyranthes hybrid A21) โดยการศึกษาลักษณะสัณฐานวิทยาและวิเคราะห์ด้วยวิธี Ward’s linkage สามารถจัดกลุ่มบัวดินได้เป็น 3 กลุ่ม: กลุ่มที่ 1 ได้แก่ พันธุ์ขาวหอมและแคนดิด้า กลุ่มที่ 2 ได้แก่ พันธุ์พิมชมพูและเหลืองขมิ้น และกลุ่มที่ 3 ได้แก่ พันธุ์แกรนดิฟลอร่าและ A21 เมื่อศึกษาความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมโดยการวิเคราะห์ลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีน Internal Transcribed Spacer (ITS) โดยสกัด DNA จากตัวอย่างบัวดินและทดสอบด้วยปฏิกิริยา Polymerase Chain Reaction (PCR) สามารถจัดกลุ่มได้ 4 กลุ่ม: กลุ่มที่ 1 ได้แก่ พันธุ์ A21 กลุ่มที่ 2 ได้แก่ พันธุ์แคนดิด้า พิมชมพู และแกรนดิฟลอร่า กลุ่มที่ 3 ได้แก่ พันธุ์เหลืองขมิ้น และกลุ่มที่ 4 ได้แก่ พันธุ์ขาวหอมจากการศึกษาความมีชีวิตของเรณูบัวดินพันธุ์ขาวหอมหลังดอกบาน 1 และ 2 วัน พันธุ์แคนดิด้า แกรนดิฟลอร่า พิมชมพู เหลืองขมิ้น และ A21 ในวันที่ดอกบานและหลังดอกบาน 1 วัน โดยการย้อมสีด้วยสารละลาย tetrazolium ความเข้มข้น 0.4% ในสารละลายน้ำตาลซูโครสความเข้มข้น 10% และทดสอบความงอกของเรณูด้วยสารละลายน้ำตาลซูโครสความเข้มข้น 10–40% พบว่า การย้อมสีด้วยสารละลาย tetrazolium เป็นวิธีที่เหมาะสมในการทดสอบความมีชีวิตของบัวดินทั้ง 6 พันธุ์ และจากการศึกษาหาเวลาในการเก็บเรณูบัวดินโดยการย้อมสีด้วยสารละลาย tetrazolium ของบัวดินพันธุ์ขาวหอมในวันที่ดอกบานเวลา 18.00 และ 20.00 น. และหลังดอกบาน 1 วัน ที่เวลา 09.00 11.00 13.00 และ 15.00 น. ส่วนพันธุ์แคนดิด้า แกรนดิฟลอร่า พิมชมพู เหลืองขมิ้น และ A21 ในวันที่ดอกบานเวลา 09.00 11.00 13.00 และ 15.00 น. จากการทดลอง พบว่า พันธุ์ขาวหอมสามารถเก็บเรณูหลังดอกบาน 1 วัน ที่เวลา 11.00 น. พันธุ์แคนดิด้า แกรนดิ-ฟลอร่า พิมชมพู และเหลืองขมิ้นสามารถเก็บเรณูในวันที่ดอกบานเวลา 11.00 น. ส่วนพันธุ์ A21 ควรเก็บในวันที่ดอกบานเวลา 09.00 น. และการเก็บรักษาเรณูบัวดินพันธุ์ขาวหอม แกรนดิฟลอร่า พิมชมพู และเหลืองขมิ้นที่อุณหภูมิ 25 oC 4 oC 0oC และ -20oC เป็นเวลานาน 0–120 วัน พบว่า ที่อุณหภูมิ 0oC และ -20oC สามารถเก็บรักษาเรณูได้นานอย่างน้อย 120 วัน ในการทดสอบการยอมรับการผสมของเกสรเพศเมียบัวดินทั้ง 6 พันธุ์ด้วยวิธีการสังเกตการหลั่งของน้ำหวานบนยอดเกสรเพศเมียและการหยดไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (H2O2) ความเข้มข้น 6% บนยอดเกสรเพศเมียภายใต้กล้องจุลทรรศน์ โดยตัดส่วนยอดเกสรเพศเมียของดอกบัวดินพันธุ์ขาวหอมในวันที่ดอกบานเวลา 17.00–19.00 น. 19.00–21.00 น. และหลังดอกบาน 1 วันที่เวลา 08.00–10.00 น. 10.00–12.00 น. 12.00–14.00 น. และ 14.00–16.00 น. ส่วนพันธุ์แคนดิด้า แกรนดิฟลอร่า พิมชมพู เหลืองขมิ้น และ A21 ในวันที่ดอกบานเวลา 08.00–10.00 น. 10.00–12.00 น. 12.00–14.00 น. และ 14.00–16.00 น. จากการทดลอง พบว่า เกสรเพศเมียมีการยอมรับการผสมทุกช่วงเวลาที่ศึกษา แต่เมื่อทดสอบการผสมเกสรด้วยเรณูพันธุ์เดียวกันที่ช่วงเวลาดังกล่าว พบว่า พันธุ์แคนดิด้า พิมชมพู และ A21 ผสมไม่ติด ในขณะที่พันธุ์เหลืองขมิ้นสามารถผสมด้วยเรณูของพันธุ์เดียวกันได้ดีทุกช่วงเวลาทั้งในวันที่ดอกบานและหลังดอกบาน 1 วัน ส่วนพันธุ์ขาวหอมและแกรนดิฟลอร่าผสมและมีการติดฝัก (%) ดีหลังดอกบาน 1 วัน ที่เวลา 12.00–14.00 น. และในวันที่ดอกบานเวลา 08.00–12.00 น. ตามลำดับ จากการทดสอบความสามารถในการผสมข้าม พบว่า สามารถผลิตลูกผสมข้ามชนิด/พันธุ์จำนวน 5 คู่ผสม ได้แก่ พันธุ์แกรนดิฟลอร่าผสมกับพิมชมพู พิมชมพูผสมกับแกรนดิฟลอร่า แกรนดิฟลอร่าผสมกับเหลืองขมิ้น เหลืองขมิ้นผสมกับแกรนดิฟลอร่า และเหลืองขมิ้นผสมกับแคนดิด้า ซึ่งข้อมูลสัณฐานวิทยาและชีววิทยาการสืบพันธุ์ของบัวดินทั้ง 6 พันธุ์นี้จะสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางการศึกษาในบัวดินพันธุ์อื่น ๆ และเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงพันธุ์บัวดินและพืชในวงศ์ Amaryllidaceae ได้ต่อไปในอนาคต
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ