ผลของการเสริมเอนไซม์ช่วยย่อยโพลีแซคคาไรด์ที่ไม่ใช่แป้งในวัตถุดิบอาหารสัตว์ต่อการย่อยได้ในหลอดทดลองประสิทธิภาพการผลิต คุณภาพซากและคุณภาพเนื้อของไก่เนื้อที่เลี้ยงด้วยอาหารพลังงานต่ำที่มีข้าวเปลือกเป็นส่วนประกอบ
รหัสดีโอไอ
Title ผลของการเสริมเอนไซม์ช่วยย่อยโพลีแซคคาไรด์ที่ไม่ใช่แป้งในวัตถุดิบอาหารสัตว์ต่อการย่อยได้ในหลอดทดลองประสิทธิภาพการผลิต คุณภาพซากและคุณภาพเนื้อของไก่เนื้อที่เลี้ยงด้วยอาหารพลังงานต่ำที่มีข้าวเปลือกเป็นส่วนประกอบ
Creator ศศิกานต์ นันแก้ว
Contributor u0e14u0e23u0e38u0e13u0e35 u0e28u0e23u0e35u0e0au0e19u0e30, u0e17u0e35u0e48u0e1bu0e23u0e36u0e01u0e29u0e32
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2568
Keyword เอนไซม์ช่วยย่อยโพลีแซคคาไรด์ที่ไม่ใช่แป้ง, อาหารพลังงานต่ำ, ไก่เนื้อ, ประสิทธิภาพการเจริญเติบโต, คุณภาพซากและคุณภาพเนื้อ, Non-starch polysaccharide-degrading enzymes, Low-energy diet, Broiler chickens, Growth performance, Carcass and meat quality
Abstract งานวิจัยนี้ประกอบด้วย 3 การทดลอง การทดลองที่ 1 ศึกษาผลของการเสริมเอนไซม์ช่วยย่อยโพลีแซคคาไรด์ที่ไม่ใช่แป้ง 2 ชนิด ได้แก่ เอนไซม์ไซลาเนส และเอนไซม์รวม (ไซลาเนส เบต้า-กลูคาเนส เซลลูเลส และไซโลกลูคาเนส) ต่อค่าการย่อยได้ของวัตถุแห้งในหลอดทดลองของวัตถุดิบอาหารไก่เนื้อ 7 ชนิด ได้แก่ ข้าวโพด กากถั่วเหลือง รำข้าว ข้าวเปลือก กากเนื้อในเมล็ดปาล์ม ข้าวสาลี และรําข้าวสาลี การทดลองเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มไม่เสริมและเสริมเอนไซม์ วิเคราะห์ สถิติด้วย t-test ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% ผลการทดลองพบว่าการเสริมเอนไซม์ไซลาเนสช่วยเพิ่ม ค่าการย่อยได้ของวัตถุแห้งได้อย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ (P<0.01) ในข้าวสาลี (84.90% เทียบกับ 87.34%; P<0.01) และรำข้าวสาลี (52.96% เทียบกับ 56.89%; P<0.01) ขณะที่การเสริมเอนไซม์รวมช่วยเพิ่มค่าการย่อยได้ของวัตถุแห้งในข้าวเปลือก (60.53% เทียบกับ 61.58%; P<0.05) ข้าวสาลี (84.91% เทียบกับ 87.42%; P<0.01) และรำข้าวสาลี (52.43% เทียบกับ 56.03%; P<0.01) และไม่พบความแตกต่างของการเสริมเอนไซม์ในวัตถุดิบอาหารอื่น ๆ (P>0.05)การทดลองที่ 2 แบ่งออกเป็น 2 การทดลองย่อย ได้แก่ 1) การศึกษาผลของการเสริมเอนไซม์ช่วยย่อยโพลีแซคคาไรด์ที่ไม่ใช่แป้งในอาหารไก่เนื้อต่อการย่อยได้ของวัตถุแห้งในหลอดทดลอง การทดลองนี้ดำเนินการในระดับห้องปฏิบัติการ และ 2) การศึกษาผลของการเสริมเอนไซม์ช่วยย่อยโพลีแซคคาไรด์ที่ไม่ใช่แป้งในอาหารไก่เนื้อต่อประสิทธิภาพการเจริญเติบโต การย่อยได้ของวัตถุแห้ง และค่าพลังงานใช้ประโยชน์ได้แบบปรากฏ (apparent metabolizable energy; AME) ของไก่เนื้อ การทดลองนี้ดำเนินการโดยใช้ไก่เนื้อเพศผู้สายพันธุ์ ROSS 308 จำนวน 160 ตัว (อายุ 1 วัน) ทำการทดลองตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 23 เพื่อประเมินประสิทธิภาพการเจริญเติบโต และระหว่างวันที่ 19 ถึง 23 เพื่อประเมินการย่อยได้ของวัตถุแห้งและค่าพลังงานใช้ประโยชน์ได้แบบปรากฏของไก่เนื้อ ไก่เนื้อทั้งหมดถูกเลี้ยงภายใต้ระบบกล่องเลี้ยงแบบปิด (closed chambers) ซึ่งมีการควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และแสง เพื่อให้สภาพแวดล้อมในการเลี้ยงมีความเหมาะสมและสม่ำเสมอตลอดระยะเวลาการทดลอง โดยทั้ง 2 การทดลองย่อย วางแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มการทดลอง (การทดลองละ 8 ซ้ำ) ได้แก่ 1) กลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับการเสริมเอนไซม์ 2) กลุ่มที่ได้รับการเสริมเอนไซม์ไซลาเนส 3) กลุ่มที่ได้รับการเสริมเอนไซม์รวม และ 4) กลุ่มที่ได้รับการเสริมเอนไซม์ ไซลาเนสและเอนไซม์รวม ผลการทดลองย่อยที่ 1 ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในค่าการย่อยได้ของวัตถุแห้งในหลอดทดลองระหว่างกลุ่มการทดลอง (P>0.05) อย่างไรก็ตามกลุ่มที่ได้รับการเสริมเอนไซม์รวมมีแนวโน้มค่าการย่อยได้ของวัตถุแห้งสูงกว่า (77.45%) เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับการเสริมเอนไซม์ (76.81%) (P=0.261) ผลการทดลองย่อยที่ 2 พบว่าในช่วงอายุ 1 ถึง 14 วัน กลุ่มที่ได้รับการเสริมเอนไซม์รวมมีน้ำหนักตัวและอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยต่อวันสูงที่สุด (461.44 กรัม/ตัว และ 32.96 กรัม/ตัว/วัน ตามลำดับ) แต่ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P>0.05) เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับการเสริมเอนไซม์ (456.17 กรัม/ตัว และ 32.58 กรัม/ตัว/วัน ตามลำดับ) และกลุ่มที่ได้รับการเสริมเอนไซม์ไซลาเนสและเอนไซม์รวม (452.63 กรัม/ตัว และ 32.33 กรัม/ตัว/วัน ตามลำดับ) ขณะกลุ่มที่ได้รับการเสริมเอนไซม์ไซลาเนสมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นและอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยต่อวันต่ำที่สุด และยังไม่พบความแตกต่างระหว่างกลุ่มการทดลองของปริมาณอาหารที่กินได้และอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นน้ำหนักตัว (P>0.05) อย่างไรก็ตามในช่วงอายุ 15 ถึง 18 วัน พบว่ากลุ่มที่ได้รับการเสริมเอนไซม์ไซลาเนสและเอนไซม์รวมมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น อัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยต่อวัน และอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นน้ำหนักตัวที่ดีกว่า (260.07 กรัม/ตัว, 65.02 กรัม/ตัว/วัน และ 1.33 ตามลำดับ) เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับการเสริมเอนไซม์ (232.95 กรัม/ตัว, 58.24 กรัม/ตัว/วัน และ 1.45 ตามลำดับ) (P<0.05) ไม่พบความแตกต่างระหว่างกลุ่มการทดลองของน้ำหนักตัวสุดท้ายและปริมาณอาหารที่กินได้ (P>0.05) และไม่พบความแตกต่างระหว่างกลุ่มการทดลองของค่าการย่อยได้ของวัตถุแห้ง ค่าพลังงานใช้ประโยชน์ได้แบบปรากฏ และประสิทธิภาพการใช้พลังงานรวมในอาหาร (AME/GE) (P>0.05)การทดลองที่ 3 ศึกษาผลของการใช้อาหารพลังงานต่ำที่มีข้าวเปลือกเป็นส่วนประกอบที่เสริมด้วยเอนไซม์ช่วยย่อยโพลีแซคคาไรด์ที่ไม่ใช่แป้งต่อประสิทธิภาพการเจริญเติบโต คุณภาพซาก และคุณภาพเนื้อของไก่เนื้อ การทดลองนี้ดำเนินการโดยใช้ไก่เนื้อเพศผู้สายพันธุ์ ROSS 308 จำนวน 1,920 ตัว (อายุ 1 วัน) ทำการทดลองตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 35 เพื่อประเมินประสิทธิภาพการเจริญเติบโต และในวันที่ 36 เพื่อประเมินคุณภาพซากและคุณภาพเนื้อของไก่เนื้อ ไก่เนื้อทั้งหมดถูกเลี้ยงภายในโรงเรือนแบบปิด ซึ่งมีการควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และแสง เพื่อให้สภาพแวดล้อมในการเลี้ยง มีความเหมาะสมและสม่ำเสมอตลอดระยะเวลาการทดลอง วางแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ โดยแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มการทดลอง ๆ ละ 12 ซ้ำ (ซ้ำละ 32 ตัว) ได้แก่ 1) กลุ่มที่ได้รับอาหารพลังงานปกติที่ไม่มีการเสริมเอนไซม์ 2) กลุ่มที่ได้รับอาหารพลังงานต่ำที่ไม่มีการเสริมเอนไซม์ 3) กลุ่มที่ได้รับอาหารพลังงานต่ำที่มีการเสริมเอนไซม์ไซลาเนส 4) กลุ่มที่ได้รับอาหารพลังงานต่ำที่มีการเสริมเอนไซม์รวม และ 5) กลุ่มที่ได้รับอาหารพลังงานต่ำที่มีการเสริมเอนไซม์ไซลาเนสและเอนไซม์รวม ผลการทดลองในช่วงอายุ 15 ถึง 28 วัน พบว่ากลุ่มที่ได้รับอาหารพลังงานต่ำ (ไม่เสริมเอนไซม์ เสริมเอนไซม์ไซลาเนส และเสริมเอนไซม์รวม) มีน้ำหนักตัวสุดท้าย น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น อัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยต่อวัน และปริมาณอาหารที่กินได้สูงกว่ากลุ่มที่ได้รับอาหารพลังงานปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) และในช่วงอายุ 1 ถึง 28 วัน และ 29 ถึง 35 วัน แสดงผลลัพธ์ในทิศทางเดียวกัน โดยพบว่ากลุ่มที่ได้รับอาหารพลังงานต่ำ (ไม่เสริมเอนไซม์ เสริมเอนไซม์ไซลาเนส และเสริมเอนไซม์รวม) มีค่าการเจริญเติบโตและปริมาณอาหารที่กินได้สูงกว่ากลุ่มที่ได้รับอาหารพลังงานปกติ (P<0.05) ในช่วงอายุ 1 ถึง 35 วัน พบว่าไก่เนื้อที่ได้รับอาหารพลังงานต่ำในทุกกลุ่มมีน้ำหนักตัว อัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยต่อวัน และปริมาณอาหารที่กินได้สูงกว่ากลุ่มที่ได้รับอาหารพลังงานปกติอย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) และตลอดช่วงอายุ 15 ถึง 28 วัน, 1 ถึง 28 วัน และ 1 ถึง 35 วัน พบว่ากลุ่มที่ได้รับการเสริมเอนไซม์รวมมีอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นน้ำหนักตัวที่ดีกว่า (1.31, 1.25 และ 1.32 ตามลำดับ) เมื่อเทียบกับกลุ่มอาหารพลังงานปกติ (1.36, 1.28 และ 1.34 ตามลำดับ) และกลุ่มอาหารพลังงานต่ำที่ไม่ได้รับการเสริมเอนไซม์ (1.33, 1.26 และ 1.33 ตามลำดับ) (P<0.05) นอกจากนี้กลุ่มที่ได้รับอาหารพลังงานต่ำในทุกกลุ่มมีต้นทุนค่าอาหารต่อการเปลี่ยนเป็นน้ำหนักตัวที่ต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) ในด้านของคุณภาพซากพบว่ากลุ่มที่ได้รับอาหารพลังงานต่ำทุกกลุ่มมีน้ำหนัก มีชีวิต เปอร์เซ็นต์ซากตัดแต่ง เปอร์เซ็นต์เนื้อส่วนอก และเปอร์เซ็นต์เนื้อสันในสูงกว่า (P<0.05) เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับอาหารพลังงานปกติ ขณะที่กลุ่มที่ได้รับอาหารพลังงานปกติและกลุ่มที่ได้รับอาหารพลังงานต่ำที่ได้รับการเสริมเอนไซม์ไซลาเนสและเอนไซม์รวมมีเปอร์เซ็นต์เนื้อส่วนปีกสูงที่สุด และไม่พบความแตกต่างระหว่างกลุ่มการทดลองของเปอร์เซ็นต์ซากและเปอร์เซ็นต์น่องติดสะโพก (P>0.05) ส่วนคุณภาพเนื้อพบว่ากลุ่มที่ได้รับอาหารพลังงานต่ำทุกกลุ่มมีค่าความเป็นกรด-ด่างของเนื้ออกหลังการฆ่า (45 นาที) สูงกว่า (P<0.05) เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับอาหารพลังงานปกติ และพบว่ากลุ่มที่ได้รับอาหารพลังงานต่ำที่ได้รับการเสริมเอนไซม์ไซลาเนสและเอนไซม์รวมมีค่าความเป็นกรด-ด่างของเนื้ออกหลังการฆ่า (1 และ 3 วัน) สูงกว่า (P<0.05) เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับอาหารพลังงานปกติ และไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างกลุ่มการทดลองของค่าเปอร์เซ็นต์การสูญเสียน้ำหนักและค่าความแข็งของเนื้อส่วนอก (P>0.05)
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ