|
การออกแบบนโยบายภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อส่งเสริมประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาค |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การออกแบบนโยบายภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อส่งเสริมประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาค |
| Creator | ชาลิสา จันทร์แจ่ม |
| Contributor | อาณัติ ลีมัคเดช, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | นโยบายภาษี, สินทรัพย์ดิจิทัล, ศูนย์กลางทางการเงิน, ขีดความสามารถในการแข่งขันทางภาษี, ธรรมาภิบาลข้อมูล, เกณฑ์ travel rule, Tax policy, Digital assets, Financial hub, Tax competitiveness, Data governance, Travel rule |
| Abstract | การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบนโยบายภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทยในการส่งเสริมประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาค โดยวิเคราะห์โครงสร้างนโยบายภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลของประเทศที่มีศักยภาพการแข่งขันสูง เพื่อระบุช่องว่างทางกฎหมายและใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบตามมาตรฐาน PRISMA 2020 จากบทความวิจัยและรายงานเชิงนโยบายรวมทั้งสิ้น 31 ฉบับ ผลการวิจัยพบช่องว่างเชิงโครงสร้างสำคัญจากปัญหาการจัดประเภทรายได้และภาระภาษีแบบเหมารวมตาม มาตรา 40(4)(ณ) แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งขาดความเป็นกลางทางหน้าที่ ประกอบกับสภาวะความไม่แน่นอนเชิงนโยบายคลังจากมาตรการผ่อนปรนชั่วคราวที่จะสิ้นสุดอายุการบังคับใช้ในปี พ.ศ. 2572 ซึ่งทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันข้ามชาติในการวางแผนต้นทุนระยะยาว นอกจากนี้การบังคับใช้เกณฑ์ Travel Rule ในปัจจุบัน แม้จะสร้างความโปร่งใส แต่ได้ก่อให้เกิดภาระต้นทุนในการปฏิบัติตามกฎหมายที่สูงแก่ผู้ประกอบการไทย จนนำไปสู่ความเสี่ยงเกิดสภาวะทุนไหลออกสู่ตลาดนอกระบบ ผู้วิจัยจึงเสนอแนะแนวทางเชิงนโยบายภายใต้กลไกประสานสมานดุลสามเหลี่ยมสมดุลเชิงนโยบาย โดยในระยะเร่งด่วนควรมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนเชิงโครงสร้างพื้นฐานด้วยการพัฒนาและเชื่อมโยงข้อมูล VASP บนเครือข่ายระบบโครงสร้างพื้นฐานกลางเดิม (ITMX) ร่วมกับการใช้กลไกติดตามเชนย้อนหลังเพื่อควบคุมต้นทุนระบบไอทีให้ต่ำที่สุด ระยะเปลี่ยนผ่านควรปฏิรูปโครงสร้างประมวลรัษฎากรหลักเป็นการถาวรโดยยกเว้นภาษีหัก ณ ที่จ่ายร้อยละ 15 สำหรับผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ และกำหนดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอัตราคงที่ระดับต่ำสำหรับผู้เชี่ยวชาญสากล เพื่อขจัดความผันผวนของกฎหมายชั่วคราว และระยะยั่งยืนควรประกาศใช้มาตรการภาษีเชิงรุกขั้นสูงสุดแบบจำกัดขอบเขตพื้นที่ควบคู่กับการสถาปนาโครงสร้างพื้นฐานธรรมาภิบาลข้อมูลอัตโนมัติ โดยเปลี่ยนผ่านกระบวนการตรวจสอบภาษีจากพรมแดนทางภูมิศาสตร์แบบดั้งเดิมไปสู่ขอบเขตผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลและสถาบันการเงิน บูรณาการฐานข้อมูลธุรกรรมร่วมกับกรอบ CARF ของ OECD และเทคโนโลยี Zero - Knowledge Proofs เพื่อให้กรมสรรพากรสามารถพิสูจน์ทราบแหล่งที่มาของเงินแยกขาดระหว่างกิจกรรมการขุดและซื้อขายได้ตามเนื้อหาทางเศรษฐกิจที่แท้จริง ซึ่งจะแปรสภาพประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่มีธรรมาภิบาลขั้นสูงได้อย่างยั่งยืน |