|
ความสัมพันธ์ระหว่างการวางแผนภาษีกับราคาหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่ม SET100 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ความสัมพันธ์ระหว่างการวางแผนภาษีกับราคาหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่ม SET100 |
| Creator | อรณิชชา แสงเขียว |
| Contributor | สมชาย สุภัทรกุล, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | การวางแผนภาษี, ภาษี, ราคาหลักทรัพย์, อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่แท้จริง, อัตราส่วนภาษีเงินได้นิติบุคคลต่อสินทรัพย์รวม, อัตราส่วนภาษีเงินได้นิติบุคคลต่อกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน, Tax planning, Tax stock price, Effective tax rate, Corporate income tax to total assets ratio, Corporate income tax to cash flow from operating |
| Abstract | งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการวางแผนภาษีกับราคาหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2565-2567 จำนวน 219 ตัวอย่าง โดยการวางแผนภาษีวัดค่าจากอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่แท้จริง (ETR) อัตราส่วนภาษีเงินได้ต่อกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน (TAX/CFO) และอัตราส่วนภาษีเงินได้ต่อสินทรัพย์รวมเฉลี่ย (TAX/ASSETS) หากอัตราส่วนดังกล่าวมีค่าต่ำ จะเป็นข้อบ่งชี้ว่าบริษัทมีการวางแผนภาษีสูง โดยใช้การวิเคราะห์สมการถดถอยแบบพหุคูณ (Multiple Regression) ผลการศึกษาพบว่าตัวชี้วัดการวางแผนภาษี ได้แก่ ETR, TAX/CFO และ TAX/ASSETS ไม่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับราคาหลักทรัพย์ แสดงให้เห็นว่าสมมติฐานไม่ได้รับการสนับสนุนจากผลเชิงประจักษ์ของงานวิจัยนี้ ซึ่งหมายความว่าการวางแผนภาษีในระดับที่บริษัทนำเสนอในงบการเงิน อาจยังไม่สามารถสื่อสารเป็นสัญญาณข้อมูลที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนได้อย่างชัดเจน หรืออาจเป็นผลจากระดับความโปร่งใสด้านภาษีของบริษัทที่ยังไม่เพียงพอให้ตลาดใช้เป็นข้อมูลประกอบการประเมินราคา นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังสะท้อนให้เห็นถึงลักษณะเฉพาะของตลาดทุนไทยที่ผู้ลงทุนมักมุ่งเน้นข้อมูลด้านผลประกอบการ กำไร กระแสเงินสด และปัจจัยมหภาค มากกว่าข้อมูลด้านภาษีซึ่งเป็นรายการที่ซับซ้อนและยังไม่มีการวิเคราะห์เชิงลึกในรายงานประจำปีในระดับที่เพียงพอ เมื่อพิจารณาร่วมกับทฤษฎีด้านสัญญาณ (Signaling Theory) ผลการศึกษาชี้ว่าข้อมูลภาษีในช่วงเวลาที่ศึกษาอาจยังไม่สามารถทำหน้าที่เป็นสัญญาณบ่งชี้ความเสี่ยงหรือคุณภาพกำไรได้อย่างชัดเจนในมุมมองของผู้ลงทุน ด้วยเหตุนี้ งานวิจัยนี้จึงสรุปได้ว่าบริบทของตลาดทุนไทยปัจจุบัน การวางแผนภาษีอาจยังไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดราคาหลักทรัพย์ ผลการศึกษานี้เปิดโอกาสให้มีการศึกษาต่อในอนาคตเกี่ยวกับความโปร่งใสด้านภาษี นโยบายสิทธิประโยชน์ทางภาษี และรูปแบบการเปิดเผยข้อมูลภาษีที่อาจส่งผลต่อการกำหนดมูลค่ากิจการในระยะยาวของบริษัทจดทะเบียนไทย |