|
การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการอนุรักษ์พลังงานไฟฟ้าของบุคลากรในสถานศึกษา โรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการอนุรักษ์พลังงานไฟฟ้าของบุคลากรในสถานศึกษา โรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม |
| Creator | ภาณุวัฒน์ พรหมทัศน์ |
| Contributor | มณฑลี ศาสนนันทน์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรม, พฤติกรรมการอนุรักษ์พลังงานไฟฟ้า, การรับรู้การควบคุมพฤติกรรม, บรรทัดฐานอัตวิสัย, Factors influencing behavior, Electric energy conservation behavior, Perceived behavioral control, Subjective norms |
| Abstract | การศึกษาหัวข้อการค้นคว้าอิสระครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยด้านต่าง ๆ ที่มีผลต่อพฤติกรรมการอนุรักษ์พลังงานไฟฟ้า ได้แก่ ด้านความรู้ ด้านทัศนคติ ด้านแรงจูงใจ ด้านการสนับสนุนจากองค์กร ด้านบรรทัดฐานอัตวิสัย และด้านการรับรู้การควบคุมพฤติกรรม ของบุคลากรในโรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม และเสนอแนวทางในการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานไฟฟ้าภายในสถานศึกษา การวิจัยใช้รูปแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) โดยการวิจัยเชิงปริมาณเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างบุคลากรจำนวน 253 คน ด้วยแบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.817 และการวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้บริหารและหัวหน้างานจำนวน 15 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสหสัมพันธ์เพียร์สัน (Pearson’s Correlation Coefficient) และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) ผลการวิจัยพบว่า บุคลากรส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 25 – 34 ปี และร้อยละ 71.90 ยังไม่เคยได้รับการอบรมด้านการอนุรักษ์พลังงาน พฤติกรรมการอนุรักษ์พลังงานไฟฟ้าในภาพรวมอยู่ในระดับ “ปฏิบัติเป็นประจำ” (x ̅ = 4.52) โดยพฤติกรรมที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ การตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 25 องศาเซลเซียส หรือสูงกว่า สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรม พบว่าในภาพรวมบุคลากรมีความคิดเห็นอยู่ในระดับ “เห็นด้วยมากที่สุด” (x ̅ = 4.70) โดยด้านทัศนคติมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า ปัจจัยด้านความรู้เกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้า ด้านการสนับสนุนจากองค์กร และด้านแรงจูงใจ สามารถร่วมกันพยากรณ์พฤติกรรมการอนุรักษ์พลังงานไฟฟ้าของบุคลากรได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยสามารถอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 16.6 (R^2= .166) โดยปัจจัยด้านความรู้มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมสูงที่สุด อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านทัศนคติ บรรทัดฐานอัตวิสัย และการรับรู้การควบคุมพฤติกรรม ไม่ส่งผลต่อพฤติกรรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ข้อเสนอแนะจากการวิจัยคือ สถานศึกษาควรเร่งยกระดับความรู้เชิงปฏิบัติมากกว่าเพียงการรณรงค์ทั่วไป เช่น การจัด Workshop เทคนิคการประหยัดพลังงานเชิงลึก และควรสร้างระบบการสนับสนุนจากองค์กรที่ชัดเจน เช่น การจัดหาอุปกรณ์ประหยัดไฟประสิทธิภาพสูงร่วมกับการสร้างระบบแรงจูงใจเชิงบวก เพื่อลดช่องว่างระหว่างทัศนคติและการปฏิบัติจริงของบุคลากรอย่างยั่งยืน |