ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันการเสพติดซ้ำของผู้ติดยาเสพติดแอมเฟตามีนที่ได้รับโปรแกรมการบำบัดที่บ้าน (home ward)
รหัสดีโอไอ
Title ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันการเสพติดซ้ำของผู้ติดยาเสพติดแอมเฟตามีนที่ได้รับโปรแกรมการบำบัดที่บ้าน (home ward)
Creator สุดารัตน์ อรัญญา
Contributor อังคณา จิรโรจน์, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2568
Keyword พฤติกรรมการป้องกันการเสพติดซ้ำ, การบำบัดที่บ้าน, ผู้ติดยาเสพติดแอมเฟตามีน, Relapse prevention behavior, Home ward, Amphetamine use disorder
Abstract การศึกษานี้เป็นวิจัยเชิงทำนาย (Predictive research design) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการป้องกันการเสพติดซ้ำของผู้ติดยาเสพติดแอมเฟตามีนที่ได้รับโปรแกรมการบำบัดที่บ้าน-(Home-Ward) ได้แก่ แรงจูงใจ การเผชิญปัญหา การรับรู้ความสามารถของตนเอง และการสนับสนุนทางสังคม กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ติดยาเสพติดแอมเฟตามีน เพศชาย ที่เข้ารับการบำบัดที่บ้าน (Home Ward) มีอายุตั้งแต่ 18-59 ปี ณ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี จังหวัดปทุมธานี จำนวน 118 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล 2) แบบสอบถามแรงจูงใจ 3) แบบประเมินความสามารถในการเผชิญปัญหา 4) แบบสอบถามการรับรู้ความสามารถของตนเองในการป้องกันการเสพแอมเฟตามีนซ้ำ 5) แบบสอบถามการสนับสนุนทางสังคมแบบพหุมิติ และ 6) แบบสอบถามการกลับไปเสพติดแอมเฟตามีนซ้ำ โดยแบบสอบถามลำดับที่ 2- 6 ผ่านทดลองใช้กับผู้เสพติดแอมเฟตามีนระยะฟื้นฟูสมรรถภาพชายที่บำบัดรักษาเกิน 4 เดือนเป็นต้นไป จำนวน 30 ราย มีค่าความเที่ยงสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค เท่ากับ 0.747, 0.935, 0.939, 0.890 และ 0.917ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติการถดถอยเชิงพหุคูณ ใช้วิธีนำตัวแปรอิสระเข้าพร้อมกันทั้งหมด (Enter Method) ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 29-38 ปี ร้อยละ 49.2 มีค่าเฉลี่ยอายุ 33.47 ปี (M = 33.47, SD = 7.21) มีสถานภาพโสด ร้อยละ 81.4 สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. ร้อยละ 29.7 ค่าเฉลี่ยแรงจูงใจโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (M = 28.92, SD = 4.74) ค่าเฉลี่ยการเผชิญปัญหาโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (M = 119.29, SD= 5.69) ค่าเฉลี่ยการรับรู้ความสามารถของตนเองโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (M = 53.28, SD = 7.83) ค่าเฉลี่ยการสนับสนุนทางสังคมโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (M = 58.79, SD = 7.93) และค่าเฉลี่ยพฤติกรรมการป้องกันการเสพติดซ้ำโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (M = 58.89, SD = 5.78) แรงจูงใจ การเผชิญปัญหา การรับรู้ความสามารถของตนเอง การสนับสนุนทางสังคมมีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมการป้องกันการเสพติดซ้ำ โดยการรับรู้ความสามารถมีความสัมพันธ์สูงที่สุด (r = .633, p < .001) รองลงมา คือ แรงจูงใจ (r = .621, p < .001) การเผชิญปัญหา (r = .554, p < .001) และการสนับสนุนทางสังคม (r = .405, p < .001) ตามลำดับแรงจูงใจ การรับรู้ความสามารถ และการเผชิญปัญหาสามารถร่วมกันทำนายพฤติกรรมการป้องกันการเสพติดซ้ำของผู้ติดยาเสพติดแอมเฟตามีนที่ได้รับโปรแกรมการบำบัดที่บ้าน (Home Ward) ได้ร้อยละ 67.2 (Adjusted R² = .672, p < .001) โดยเรียงตามค่าทำนายสูงสุดไปต่ำสุดตามลำดับ ดังนี้ ปัจจัยแรงจูงใจ (β = .411, p < 0.001) การรับรู้ความสามารถ (β = .360, p < 0.001) และการเผชิญปัญหา (β = .281, p < 0.001) อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนทางสังคม (β = .110) ไม่สามารถทำนายพฤติกรรมการป้องกันการเสพติดซ้ำของผู้ติดยาเสพติดแอมเฟตามีนที่ได้รับโปรแกรมการบำบัดที่บ้าน (Home Ward) ได้ผลการศึกษานี้สามารถใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาแนวทางการพยาบาลและออกแบบกิจกรรมในโปรแกรมการบำบัดที่บ้าน โดยมุ่งเสริมสร้างแรงจูงใจในการเลิกยาเสพติด การรับรู้ความสามารถ และพัฒนาความสามารถในการเผชิญปัญหา เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการป้องกันการเสพติดซ้ำของผู้ป่วย
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ