การทำแผนประกอบคำรับสารภาพ: ศึกษาประเด็นด้านกฎหมายคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหา
รหัสดีโอไอ
Title การทำแผนประกอบคำรับสารภาพ: ศึกษาประเด็นด้านกฎหมายคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหา
Creator ชุติ เจริญศักดิ์ขจร
Contributor สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2568
Keyword การทำแผนประกอบคำรับสารภาพ, คำรับสารภาพ, ผู้ต้องหา, การสอบสวน, สิทธิของผู้ต้องหา, อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐ, Confession reconstruction process, Confession, Accused person, Investigation, Rights of the accused, Discovery of truth in criminal proceedings
Abstract การศึกษาวิจัยเรื่องการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ศึกษาประเด็นด้านกฎหมายคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหา นั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหลักกฎหมาย แนวคิด และหลักการที่เกี่ยวข้องกับการทำแผนประกอบคำรับสารภาพในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของประเทศไทย โดยมุ่งศึกษาประเด็นเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหา เช่น หลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ สิทธิในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตลอดจนศึกษาเปรียบเทียบแนวทางของต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และประเทศอังกฤษ เพื่อวิเคราะห์ความเหมาะสมของแนวปฏิบัติในประเทศไทยและศึกษาจากบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ได้แก่ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ประมวลกฎหมายอาญา กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ระเบียบและคำสั่งของหน่วยงานรัฐ รวมถึงแนวคำพิพากษาศาลฎีกา ตลอดจนตำรา บทความทางวิชาการ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อวิเคราะห์ถึงสถานะทางกฎหมายของการทำแผนประกอบคำรับสารภาพและขอบเขตการใช้อำนาจของพนักงานสอบสวนผลการศึกษาพบว่า แม้การทำแผนประกอบคำรับสารภาพเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นโดยอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการรวบรวมพยานหลักฐานและค้นหาความจริงในชั้นเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แต่การใช้อำนาจดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้หลักความชอบด้วยกฎหมายและต้องคำนึงถึงสิทธิของผู้ต้องหาเป็นสำคัญ อีกทั้ง การให้การรับสารภาพและการให้ความร่วมมือของผู้ต้องหา เช่น การนำชี้สถานที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ อาจถือเป็นพฤติการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อกระบวนการยุติธรรม และอาจนำมาพิจารณาเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ได้ หากเป็นการกระทำที่เกิดจากความสมัครใจของผู้ต้องหา อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวไม่ควรมีลักษณะเป็นการเผยแพร่ต่อสาธารณชน อันอาจทำให้ผู้ต้องหาถูกมองหรือตราหน้าว่าเป็นผู้กระทำความผิดก่อนมีคำพิพากษาถึงที่สุด เมื่อการศึกษาเปรียบเทียบกับต่างประเทศ พบว่า ประเทศสหรัฐอเมริกา สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และประเทศอังกฤษ ต่างก็ให้ความสำคัญกับการควบคุมการใช้อำนาจของรัฐและการจำกัดการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องหา ซึ่งมุ่งให้การรวบรวมพยานหลักฐานเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง มิใช่เพื่อการนำเสนอหรือนำตัวผู้ต้องหาไปเปิดเผยต่อสาธารณะ ดังนั้น ประเทศไทยจึงควรพัฒนาแนวทางการทำแผนประกอบคำรับสารภาพให้มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับความสมัครใจของผู้ต้องหา การบันทึกขั้นตอนการดำเนินการ และการจำกัดการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ อีกทั้ง เพื่อให้การดำเนินการของเจ้าพนักงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส และป้องกันตนเองจากการถูกกล่าวหาว่าไม่ปฏิบัติหน้าโดยมิชอบ จึงเห็นควรให้นำพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 อันเป็นเป็นกฎหมายที่ยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา โดยการบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายกับการคุ้มครองสิทธิของบุคคลในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ