|
ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันมะเร็งเต้านมในสตรีมุสลิม |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันมะเร็งเต้านมในสตรีมุสลิม |
| Creator | พิมพ์วิภา ศรีชมภู |
| Contributor | พวงผกา คงวัฒนานนท์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | พฤติกรรมการป้องกันโรค, สตรีมุสลิม, มะเร็งเต้านม, ปัจจัยทำนาย, Prevention behavior, Muslim women, Breast cancer, Predicting factors |
| Abstract | ปัจจุบันโรคมะเร็งเต้านมเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญของสตรีและพบเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของมะเร็งในสตรีและมีอุบัติการณ์สูงสุดในสตรี การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาพฤติกรรมการป้องกันมะเร็งเต้านมในสตรีมุสลิมและปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันมะเร็งเต้านมในสตรีมุสลิม ได้แก่ ปัจจัยการรับรู้โอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม ปัจจัยการรับรู้ความรุนแรงของมะเร็งเต้านม ปัจจัยการรับรู้ประโยชน์ของการป้องกันมะเร็งเต้านม ปัจจัยการมีความเชื่อมั่นในความสามารถตนเอง และปัจจัยการสนับสนุนทางสังคม กลุ่มตัวอย่างคือสตรีมุสลิมที่อาศัยอยู่ในชุมชนในเขตสุขภาพเขต 4 สุ่มตัวอย่างโดยวิธีการสุ่มแบบแบ่งเขตพื้นที่ ร่วมกับการสุ่มอย่างง่าย ได้จำนวน 105 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล การรับรู้ความรุนแรงของมะเร็งเต้านม การรับรู้โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านม การรับรู้ประโยชน์ของการป้องกันมะเร็งเต้านม การมีความเชื่อมั่นในความสามารถตนเอง การสนับสนุนทางสังคม และแบบสอบถามพฤติกรรมการป้องกันมะเร็งเต้านม มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .83, .80, .87, .87, .90. และ .77 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณและขั้นตอนผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 20-59 ปี มีพฤติกรรมการป้องกันมะเร็งเต้านมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ย 3.40 (SD = 1.11) และปัจจัยที่สามารถทำนายพฤติกรรมการป้องกันมะเร็งเต้านมของสตรีมุสลิม ได้แก่ การรับรู้โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านม (β = .298, p = .001) และการสนับสนุนทางสังคม (β = .452, p < .001) และสามารถร่วมกันทำนายพฤติกรรมการป้องกันมะเร็งเต้านมของสตรีมุสลิมได้ร้อยละ 43.8 (R2 = .438, F(2, 104) = 39.687, p< .001)สรุปผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นถึงปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อพฤติกรรมการป้องกันมะเร็งเต้านมของสตรีมุสลิม คือ การรับรู้โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านม และการสนับสนุนทางสังคม ดังนั้นพยาบาลจะพัฒนาโปรแกรมการส่งเสริมพฤติกรรมการป้องกันมะเร็งเต้านมในสตรีมุสลิมควรเน้นการจัดการให้หญิงมุสลิมรับรู้โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรค และส่งเสริมให้สามี ครอบครัว หรือบุคคลที่มีอิทธิพลเข้ามามีส่วนร่วม จะช่วยให้งานส่งเสริมสุขภาพในชุมชนบรรลุผลได้ |