|
หลักการและเกณฑ์มาตรฐานสำหรับการพิจารณาสั่งฟ้องคดีพิเศษตามกฎหมายศุลกากร |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | หลักการและเกณฑ์มาตรฐานสำหรับการพิจารณาสั่งฟ้องคดีพิเศษตามกฎหมายศุลกากร |
| Creator | ปัณฑ์พิสิษฐ์ วิสาลเสสถ์ |
| Contributor | สมคิด เลิศไพฑูรย์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | กระบวนการยุติธรรม, ความเห็นทางคดี, ความผิดทางศุลกากร, Justice process, Prosecution, Customs offense |
| Abstract | ดุษฎีนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์และเปรียบเทียบถึงกระบวนการยุติธรรมในคดีพิเศษเกี่ยวกับความผิดทางภาษีอากร การมีความเห็นทางคดีในการสั่งฟ้องและสั่งไม่ฟ้องในคดีความผิดทางศุลกากร กรณีเป็นการดำเนินคดีในทางอาญา คดีความผิดทางศุลกากรเป็นเรื่องเกี่ยวกับอากรศุลกากร หรือเกี่ยวกับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ซึ่งกฎหมายดังกล่าวได้กำหนดการกระทำที่เป็นความผิดไว้หลายฐานความผิดบางฐานความผิดได้กำหนดโทษไว้ในมาตรานั้น ๆ บางฐานความผิดได้กำหนดแยกกันระหว่างขั้นตอนการปฏิบัติและกำหนดบทลงโทษไว้ในกรณีมีการฝ่าฝืนการปฏิบัตินั้น เช่น ความผิดฐานสำแดงเท็จ ความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ความผิดฐานปลอมเอกสารหรือใช้เอกสารปลอม ความผิดฐานลักลอบหนีศุลกากร ความผิดฐานหลีกเลี่ยงอากร ความผิดฐานหลีกเลี่ยงข้อจำกัดหรือข้อห้าม ๆ ความผิดฐานรับไว้ด้วยประการใด ๆ ซึ่งของลักลอบหนีศุลกากร หรือของหลีกเลี่ยงอากร หรือของหลีกเลี่ยงข้อจำกัดหรือข้อห้าม ความผิดฐานทุจริตในการขอคืนอากร ความผิดฐานไม่เก็บ และรักษาบัญชีเอกสาร เป็นต้น บางฐานความผิดผู้ต้องหามีความผิด โดยไม่จำต้องมีเจตนา ในการกระทำความผิด ซึ่งเป็นไปตามหลัก mala in se หรือ mala prohibita อีกทั้งยังมีการนำ หลักกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ไปปรับใช้ในการสืบสวนสอบสวนทางอาญา การดำเนินคดีสำหรับการกระทำความผิดตามกฎหมายศุลกากร มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากการกระทำความผิดตามกฎหมายอื่น นอกจากจะดำเนินคดี ตามกระบวนการยุติธรรมโดยพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ จนถึงขั้นตอนการฟ้องร้องต่อศาลแล้ว กฎหมายศุลกากรยังได้ให้อำนาจแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 256 มาตรา 257 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ที่จะดำเนินการด้านคดีเพื่อให้คดีเลิกกันโดยไม่ต้องฟ้องร้องคดีต่อศาลก็ได้ ในกรณีความผิดทางศุลกากรที่เป็นคดีพิเศษบางคดีมีการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว พนักงานสอบสวนคดีพิเศษกับพนักงานอัยการมีความเห็นทางคดีที่แตกต่างกัน โดยใช้หลักในการพิจารณาที่แตกต่างกันอีกด้วย ที่เราเรียกกันว่า ดุลพินิจ แม้มีการถ่วงดุลกันระหว่างหน่วยงาน แต่ยังสร้างความเคลือบแคลงสงสัยในสังคม การตรวจสอบการใช้ดุลพินิจเป็นไปได้ยาก กรณีนี้น่าจะมีแนวทางแก้ไขปัญหาโดยอาจเสนอให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องมีอำนาจฟ้องเองได้หรืออาจมีหน่วยงานกลางหรือตั้งคณะกรรมการตรวจสอบกลั่นกรองความเห็นทางคดี เพื่อให้การปฏิบัติราชการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดความเป็นธรรมในสังคม และเป็นการป้องปรามการทุจริตอีกทางหนึ่งด้วย เมื่อพิจารณาถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้วจะเห็นได้ว่า ประเทศไทยมีกฎหมายเพียงพอในเรื่องของการทำความเห็นทางคดีในคดีอาญา มีการถ่วงดุลอำนาจในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา แต่อาจจำเป็นต้องมีการปรับปรุงกฎหมายบางเรื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการทำความเห็นทางคดี เช่น กำหนดให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องมีอำนาจฟ้องเองได้หรือการทำความเห็นทางคดีสามารถตรวจสอบได้โดยอาจมีการตั้งหน่วยงานกลางหรือคณะกรรมการกลั่นกรองในการตรวจสอบและชี้ขาดคดี เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ตรวจสอบความโปร่งใสได้โดยง่าย และมีการถ่วงดุลอำนาจกันอย่างเป็นอิสระต่อกันและชัดเจน |