|
ปัญหาการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับบริการทางกฎหมายที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลขององค์กรวิชาชีพ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ปัญหาการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับบริการทางกฎหมายที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลขององค์กรวิชาชีพ |
| Creator | กิตติยาภรณ์ จรูญเนตร์ |
| Contributor | สหธน รัตนไพจิตร, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | ภาษีมูลค่าเพิ่ม, การยกเว้นภาษี, บริการทางกฎหมาย, ความเป็นกลางทางภาษี, การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม, การว่าความในศาล, การระงับข้อพิพาททางเลือก, Value-added tax, Tax exemption, Legal services, Tax neutrality, Access to justice, Litigation services, Alternative dispute resolution |
| Abstract | ปัจจุบัน การให้บริการทางกฎหมายไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการว่าความในศาลโดยทนายความที่อยู่ภายใต้การควบคุมขององค์กรวิชาชีพเท่านั้น แต่ได้ขยายตัวไปสู่การให้คำปรึกษาทางกฎหมาย การจัดทำเอกสารทางกฎหมาย การระงับข้อพิพาททางเลือก และบริการทางกฎหมายรูปแบบอื่นที่มีบทบาทสำคัญต่อการคุ้มครองสิทธิของประชาชนและการส่งเสริมการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม อย่างไรก็ตาม การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81(1)(ฌ) แห่งประมวลรัษฎากร ยังคงจำกัดเฉพาะการให้บริการว่าความในศาล ส่งผลให้บริการทางกฎหมายประเภทอื่นซึ่งมีลักษณะและวัตถุประสงค์ใกล้เคียงกันต้องอยู่ภายใต้การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ก่อให้เกิดปัญหาความไม่เสมอภาคทางภาษี ความไม่แน่นอนในการบังคับใช้กฎหมาย และอาจเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชนการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัญหาเชิงนโยบายและกฎหมายของการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับบริการทางกฎหมายในประเทศไทยภายใต้มาตรา 81(1)(ฌ) แห่งประมวลรัษฎากร ศึกษาเปรียบเทียบหลักเกณฑ์การจัดเก็บและการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับบริการทางกฎหมายของสหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร และสิงคโปร์ และ เสนอแนวทางปรับปรุงเชิงนโยบายและกฎหมายเพื่อสร้างดุลยภาพระหว่างรายได้ของรัฐกับการเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชนผลการศึกษาพบว่า ขอบเขตการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มของประเทศไทยจำกัดเฉพาะการว่าความ ขาดความชัดเจน และต้องอาศัยการตีความเป็นรายกรณีของกรมสรรพากร ส่งผลให้บริการทางกฎหมายที่มีลักษณะใกล้เคียงกันได้รับการปฏิบัติทางภาษีแตกต่างกัน อันก่อให้เกิดความไม่เสมอภาคทางภาษี ความไม่เป็นกลางทางภาษี และภาระต้นทุนที่อาจกระทบต่อการเข้าถึงบริการทางกฎหมายของประชาชน เมื่อเปรียบเทียบกับสหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร และสิงคโปร์ พบว่า ประเทศหรือเขตอำนาจดังกล่าวใช้หลักการจัดเก็บภาษีบริการทางกฎหมายเป็นหลัก กำหนดขอบเขตการจัดเก็บและการยกเว้นไว้อย่างเป็นระบบผ่านกฎหมายลำดับรอง และมีกลไกความช่วยเหลือทางกฎหมาย (Legal Aid) เพื่อรองรับการเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชนผู้เขียนเสนอแนะให้ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 81(1)(ฌ) แห่งประมวลรัษฎากร โดยขยายขอบเขตการยกเว้นจากแนวคิดการว่าความไปสู่แนวคิดบริการทางกฎหมายเพื่อการเข้าถึงความยุติธรรมและ ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากรกำหนดประเภทและลักษณะของบริการทางกฎหมายที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้มีความชัดเจน เพื่อลดความไม่แน่นอนทางภาษี ส่งเสริมความเป็นกลางทางภาษี และยกระดับการเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย จะนำไปสู่การพัฒนาระบบภาษีมูลค่าเพิ่มของประเทศไทยให้มีความเป็นธรรม สอดคล้องกับบริบทของการให้บริการทางกฎหมายในปัจจุบัน และเป็นไปตามมาตรฐานสากล |