การถอนอำนาจปกครองบุตร: ศึกษากรณีการเลี้ยงดูโดยมิชอบตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546
รหัสดีโอไอ
Title การถอนอำนาจปกครองบุตร: ศึกษากรณีการเลี้ยงดูโดยมิชอบตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546
Creator ธันย์นิดา นิรินณวัฒน์
Contributor มาตาลักษณ์ เสรเมธากุล, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2568
Keyword การเลี้ยงดูโดยมิชอบ, การใช้อำนาจปกครองโดยมิชอบ, การถอนอำนาจปกครองบุตร, หลักประโยชน์สูงสุดของเด็ก, พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546, Improper child rearing, Improper exercise of parental responsibility, Withdrawal of parental responsibility, The best interests of the child, Child Protection Act B.E. 2546 (2003)
Abstract ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1566 กำหนดให้บิดาและมารดาโดยชอบด้วยกฎหมายมีอำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์ร่วมกัน พร้อมทั้งมีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดู และคุ้มครองบุตร ทั้งนี้ หากมีการใช้อำนาจปกครองโดยมิชอบ มาตรา 1582 แห่งประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติให้ศาลมีอำนาจสั่งถอนอำนาจปกครองได้ทั้งบางส่วนหรือทั้งหมด ก่อนการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ศาลไทยใช้แนวคิด เรื่อง “การใช้อำนาจปกครองโดยมิชอบ” เป็นหลักในการพิจารณาถอนอำนาจปกครองบุตร ต่อมาพระราชบัญญัติ ดังกล่าวได้บัญญัติแนวคิดเรื่อง “การเลี้ยงดูโดยมิชอบ” เพิ่มขึ้น อันก่อให้เกิดประเด็นเกี่ยวกับความหมาย ขอบเขต และความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิดทั้งสอง อย่างไรก็ดี ยังไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการวินิจฉัยว่า การเลี้ยงดูโดยมิชอบในลักษณะใดจะถือเป็นการใช้อำนาจปกครองโดยมิชอบ อันเป็นเหตุให้ศาลมีอำนาจสั่งถอนอำนาจปกครองบุตรได้วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความหมายและขอบเขตของการเลี้ยงดูโดยมิชอบตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 เปรียบเทียบกับแนวคิดการใช้อำนาจปกครองโดยมิชอบ ตามมาตรา 1582 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ รวมทั้งวิเคราะห์บทบัญญัติกฎหมาย และแนวคำพิพากษาของศาลไทยและต่างประเทศ โดยใช้วิธีวิจัยเอกสาร ผลการศึกษาพบว่า ศาลไทยตีความการใช้อำนาจปกครองโดยมิชอบตามมาตรา 1582 ในขอบเขตที่จำกัด โดยมักพิจารณาเฉพาะกรณีที่ปรากฏความเสียหายแก่เด็กอย่างชัดแจ้ง ขณะที่แนวคิดเรื่องการเลี้ยงดูโดยมิชอบตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มีขอบเขตกว้างกว่าและครอบคลุมพฤติการณ์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม กฎหมายยังขาดหลักเกณฑ์ในการจำแนกประเภทของการเลี้ยงดูโดยมิชอบ และการเชื่อมโยงกับการใช้อำนาจปกครองโดยมิชอบ ส่งผลให้การตีความและการบังคับใช้กฎหมายยังขาดความเป็นเอกภาพจากข้อค้นพบดังกล่าว วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงเสนอกรอบการวิเคราะห์เชิงกฎหมาย โดยจำแนกการเลี้ยงดูโดยมิชอบออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ การเลี้ยงดูโดยมิชอบในระดับไม่ร้ายแรง และการเลี้ยงดู โดยมิชอบในระดับร้ายแรง โดยเสนอว่า การเลี้ยงดูโดยมิชอบในระดับร้ายแรง ซึ่งกระทบต่อหลักประโยชน์สูงสุดของเด็กอย่างมีนัยสำคัญ ควรถือเป็นการใช้อำนาจปกครองโดยมิชอบ อันเป็นเหตุให้ศาลมีอำนาจ สั่งถอนอำนาจปกครองบุตรได้ ทั้งนี้ การประเมินระดับความร้ายแรงควรอาศัยหลักเกณฑ์การวินิจฉัย 4 ประการ ได้แก่ การขัดกันของผลประโยชน์ สถานการณ์ที่เด็กอาจตกอยู่ในภยันตราย ผลกระทบต่อเด็ก และระยะเวลาของภยันตราย หรือความเสียหาย เพื่อให้การใช้ดุลพินิจของศาลมีความชัดเจน สม่ำเสมอ และสามารถตรวจสอบได้ นอกจากนี้ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้เสนอให้แก้ไขบทนิยามการเลี้ยงดูโดยมิชอบตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 และมาตรา 1582 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ควบคู่กับการพัฒนาแนวทางสนับสนุนการใช้ดุลพินิจของศาล โดยการจัดทำแนวปฏิบัติสำหรับการประเมินการเลี้ยงดู โดยมิชอบ และการพัฒนาศักยภาพของผู้พิพากษา เพื่อให้การตีความและการบังคับใช้กฎหมาย มีความเป็นเอกภาพ และเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองสิทธิ สวัสดิภาพ และประโยชน์สูงสุดของเด็ก
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ