การศึกษาพฤติกรรมเสาคอนกรีตเสริมเหล็กด้วย Brillouin optical time domain analysis
รหัสดีโอไอ
Title การศึกษาพฤติกรรมเสาคอนกรีตเสริมเหล็กด้วย Brillouin optical time domain analysis
Creator อิทธิพล พสิษฐ์โยธิน
Contributor พรหมพัฒน ธัญสิริชัยศรี, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2567
Keyword เสาคอนกรีตเสริมเหล็ก, สายไฟเบอร์ออฟติกเซนเซอร์ (FoS), BOTDA, Reinforced concrete column, Fiber optic sensor
Abstract ​อาคารส่วนใหญ่ในประเทศไทยมีระบบโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งอาจเสื่อมสภาพจากการใช้งานจนอาจมีความสามารถในการรับน้ำหนักลดลง โดยเฉพาะเสาซึ่งเป็นโครงสร้างหลักในการถ่ายน้ำหนักทั้งหมดของอาคารลงสู่พื้นดิน งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาการตรวจสอบพฤติกรรมของเสาคอนกรีตเสริมเหล็กภายใต้แรงอัดตามแนวแกนด้วยเทคโนโลยี Brillouin Optical Time Domain Analysis (BOTDA) โดยใช้สายไฟเบอร์ออฟติกเซนเซอร์ (FoS) ติดตั้งกับเสาคอนกรีตตัวอย่างจำนวน 6 กลุ่ม รวมทั้งสิ้น 18 ต้น การทดสอบแบ่งเป็น 2 ช่วง คือช่วงแรกศึกษาวิธีการติดตั้งและช่วงความยาวของสายไฟเบอร์ออฟติกเซนเซอร์ (FoS) โดยติดตั้งเพื่อเปรียบเทียบ 3 วิธี ได้แก่ การยึดแบบเป็นช่วง (Spot Glue), การยึดปลายสายทั้งสองด้าน (Clamped) และการยึดตลอดแนวการวัด (Overall) พบว่าเฉพาะกลุ่มที่ใช้วิธี Overall ที่ติดผิวคอนกรีตด้านนอกเท่านั้น ที่สามารถแปรผลค่าความเครียดได้บางส่วน แต่ยังขาดเสถียรภาพของเส้นความเครียดและความสอดคล้องกับค่าที่ได้จากสเตรนเกจไฟฟ้า (SG) ช่วงที่สองได้ปรับขนาดและความยาวเสาตัวอย่างพร้อมติดตั้งสายไฟเบอร์ออฟติกเซนเซอร์ (FoS) แบบการยึดตลอดแนวการวัด Overall ที่ร่องด้านนอกผิวคอนกรีตเพียงรอบเดียวมีความยาวช่วงการตรวจวัด 1500–1600 มม. ผลการทดสอบพบว่าค่าความเครียดจากสายไฟเบอร์ออฟติกเซนเซอร์ (FoS) สอดคล้องกับค่าความเครียดจากสเตรนเกจไฟฟ้า (SG) โดยมีความคลาดเคลื่อนเฉลี่ย 5–10% และลดลงเหลือ 6–8% เมื่อรับแรงกดอัดมากกว่า 50% ของแรงกดอัดสูงสุด ทั้งยังสอดคล้องกับค่าความเครียดที่ได้จากการวิเคราะห์ด้วยวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์ซึ่งมีความคลาดเคลื่อนเฉลี่ย 10–15% ผลการทดสอบสรุปได้ว่า เมื่อเสาเริ่มรับแรงกดอัดจะยุบลงตัวตามขนาดแรงจนกระทั่งเกิดการแตกร้าวและพฤติกรรมไม่เป็นเชิงเส้นอีกต่อไป โดยการใช้เทคนิค Brillouin Optical Time Domain Analysis (BOTDA) ด้วยสายไฟเบอร์ออฟติกเซนเซอร์ (FoS) ยึดติดแบบตลอดช่วงแนวการวัด (Overall) ในแนวร่องที่ผิวด้านนอกเพียงรอบเดียวโดยมีช่วงการตรวจวัดยาวน้อยที่สุด 1500 มม. สามารถตรวจวัดความเครียดในช่วงยืดหยุ่นแบบเชิงเส้นและไม่เป็นเชิงเส้นโดยมีความคลาดเคลื่อนเฉลี่ยเพียง 5-10% นั้น ค่าความเครียดจึงสามารถใช้อธิบายพฤติกรรมและประเมินความสามารถของเสาคอนกรีตได้อย่างสอดคล้องกับพฤติกรรมที่เกิดกับเสาตัวคอนกรีตตัวอย่างทดสอบ
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ