|
การประเมินศักยภาพการอนุรักษ์พลังงาน: กรณีศึกษา โรงพยาบาลของรัฐขนาดใหญ่ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การประเมินศักยภาพการอนุรักษ์พลังงาน: กรณีศึกษา โรงพยาบาลของรัฐขนาดใหญ่ |
| Creator | อภิฤดี ตัณฑเวชกิจ |
| Contributor | วรณี มังคละศิริ, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2562 |
| Keyword | การประเมินศักยภาพการอนุรักษ์พลังงาน, ผลประหยัดพลังงาน, ดัชนีการใช้พลังงานจำเพาะ, โรงพยาบาลของรัฐ, เงินลงทุน, Evaluation of energy conservation potential, Energy saving, Government hospital, Investment, Specific energy consumption |
| Abstract | วิกฤตการณ์พลังงานที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทำให้ประเทศไทยต้องสูญเสียเงินจำนวนมากในการจัดการแหล่งพลังงาน เพื่อตอบสนองความต้องการผลิตและการใช้พลังงานภายในประเทศ นอกจากนี้ราคาพลังงานก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทำให้เป็นภาระต่อผู้ใช้พลังงานและความสามารถในการแข่งขันเชิงเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนในการประกอบกิจการของทุกๆ ภาคส่วน ด้วยเหตุนี้กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน จึงออกพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2550 เพื่อกำหนดให้โรงงานและอาคารควบคุม ดำเนินการจัดการพลังงานอย่างเป็นขั้นตอนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งมีการวางแผนการดำเนินการที่ดีและเหมาะสมกับองค์กรเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลดใช้พลังงานและลดต้นทุนการประกอบกิจการด้วยเหตุนี้งานวิจัยจึงมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวทางการอนุรักษ์พลังงานที่เป็นประโยชน์ต่อโรงพยาบาลในการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและสามารถลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน โดยทำการเก็บรวมรวบข้อมูลการใช้พลังงานในโรงพยาบาลของรัฐขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง และนำมาวิเคราะห์ประเมินหาศักยภาพการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อกำหนดมาตรการที่ไม่ใช้เงินลงทุนและใช้เงินลงทุนในระบบปรับอากาศและระบบแสงสว่าง ผลการศึกษาพบว่า มาตรการที่ไม่ใช้เงินลงทุน เกิดจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของบุคลากร ลดเวลาการทำงานของอุปกรณ์เครื่องจักร ลดจำนวนของอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็น รวมไปถึงการบริหารจัดการการเดินเครื่องจักร แนวทางนี้สามารถประหยัดพลังงานในภาพรวมได้ 1,721,987.59 kWh/ปี ซึ่งคิดเป็น 8.24% ของการใช้พลังงานไฟฟ้าเมื่อเทียบกับปี พ.ศ.2561 คิดเป็นค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน เท่ากับ 6,440,233.57 บาท/ปี และมาตรการที่ใช้เงินลงทุน เกิดจากการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้และปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพสูง แนวทางนี้สามารถประหยัดพลังงานภาพรวมได้ 8,533,149.68 kWh/ปี ซึ่งคิดเป็น 40.82% ของการใช้พลังงานไฟฟ้าเมื่อเทียบกับปี พ.ศ.2561 คิดเป็นค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน เท่ากับ 31,913,979.82 บาท/ปีดังนั้นผลการดำเนินการตามแนวทางการอนุรักษ์พลังงานในโรงพยาบาลของรัฐขนาดใหญ่ ด้วยมาตรการที่ไม่ใช้เงินลงทุนและมาตรการที่ใช้เงินลงทุน ในระบบปรับอากาศและระบบแสงสว่างครบทุกมาตรการ พบว่า สามารถทำให้มีปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าลดลง คิดเป็น 49.06% เมื่อเทียบกับการใช้พลังงานไฟฟ้า ปี พ.ศ.2561 และทำให้ค่าดัชนีการใช้พลังงานจำเพาะ (Specific Energy Consumption: SEC) ที่พิจารณาในเทอมของความสัมพันธ์ระหว่างสัดส่วนการใช้พลังงานไฟฟ้าต่อจำนวนผู้ป่วยในที่มาใช้บริการมีแนวโน้มลดลง คิดเป็น 49.06% เมื่อเทียบกับดัชนีการใช้พลังงานจำเพาะ ปี พ.ศ.2561 |