|
แนวทางการจัดสรรการพัฒนาที่ดินตามแนวคิดการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชนเพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง: กรณีศึกษา เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพู ในพื้นที่เขตเทศบาลนครปากเกร็ด |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | แนวทางการจัดสรรการพัฒนาที่ดินตามแนวคิดการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชนเพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง: กรณีศึกษา เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพู ในพื้นที่เขตเทศบาลนครปากเกร็ด |
| Creator | โสพัฒน์ ปิ่นกาญจนนาวี |
| Contributor | สุวดี ทองสุกปลั่ง หรรษาสุขสิน, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2561 |
| Keyword | การใช้ประโยชน์ที่ดิน, การใช้ประโยชน์อาคาร, การพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน, Land use, Building use, Transit-oriented development |
| Abstract | เนื่องด้วยการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงเดี่ยวในประเทศไทยอย่างไร้ทิศทาง ได้ส่งผลกระทบให้เมืองมีการขยายตัวอย่างไร้ระเบียบไปยังพื้นที่ชานเมืองและต่อเนื่องไปยังจังหวัดปริมณฑล เกิดเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ เทศบาลนครปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรีก็ได้รับผลกระทบดังกล่าวเช่นกัน ดังนั้น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมระบบรางโดยเฉพาะรถไฟฟ้าสายสีชมพูที่กำลังก่อสร้างอยู่ จึงควรจัดลำดับความสำคัญของการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีในระยะรัศมี 500 เมตร ตามแนวคิด TOD เพื่อให้เกิดการใช้ที่ดินที่หลากหลาย มีการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสาน วิทยานิพนธ์นี้จึงมีวัตถุประสงค์ในการนำเสนอแนวทางการจัดลำดับความสำคัญในการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน โดยใช้แนวทางการศึกษาการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชนจากยุทธศาสตร์ของเมืองเดนเวอร์เป็นกรอบการวิเคราะห์ ซึ่งแนวทางดังกล่าวประกอบไปด้วยองค์ประกอบสำคัญในการประเมินความพร้อมของการพัฒนาสถานีขนส่งมวลชน 3 ประการ ได้แก่ 1) ความพร้อมทางการตลาดและเศรษฐกิจ 2) ศักยภาพในการพัฒนา 3) คุณสมบัติความเป็น TOD โดยผู้วิจัยได้สร้างเกณฑ์ประเมินคัดเลือกสถานีที่มีความพร้อมมากที่สุด จากข้อมูลพื้นฐานด้ายกายภาพ เศรษฐกิจ-สังคม และกฎหมายของเทศบาล ผลการวิเคราะห์พบว่าสถานีแจ้งวัฒนะปากเกร็ด เป็นสถานีที่มีความพร้อมในการพัฒนามากที่สุด จึงได้คัดเลือกเป็นสถานีสำหรับทำการวิจัย งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณโดยการใช้แบบสอบถามความต้องการพื้นที่กิจกรรมของประชากรที่เข้ามาทำกิจกรรมในพื้นที่จำนวน 210 คน ผลจากแบบสอบถามทำให้ทราบได้ถึงความต้องการพื้นที่กิจกรรมของกลุ่มตัวอย่าง อันได้แก่ พื้นที่สีเขียวและพื้นที่พักผ่อน ศูนย์สุขภาพและโรงพยาบาล และที่อยู่อาศัย ผู้วิจัยจึงได้จำลองสถานการณ์การจัดสรรการพัฒนาที่ดินด้วยการคำนวณพื้นที่กิจกรรมตามสัดส่วนความต้องการจากแบบสอบถาม โดยใช้วิธีการคำนวณทั้งหมด 3 รูปแบบ ได้แก่ 1) การคำนวณโครงการตามขนาด FAR ปกติตามผังเมืองรวม 2) การคำนวณขนาดโครงการตามมาตรการส่งเสริมอัตราส่วนพื้นที่อาคารต่อพื้นที่ดิน (FAR Bonus) 3) การคำนวณตามมาตรการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ (Planned Unit Development) ผลสรุปของงานวิจัยแนวทางการจัดสรรการพัฒนาที่ดินที่มีความเหมาะสมที่สุด ได้แก่ มาตรการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ เนื่องด้วยความต้องการของประชากรนั้นมีความหลากหลายและพื้นที่กิจกรรมที่ประชากรต้องการนั้น ไม่สามารถจัดทำได้ในย่านการใช้ประโยชน์ที่ดินที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก ย.8 ได้แต่มาตรการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่นั้นสามารถปรับเปลี่ยนย่านการใช้ประโยชน์ที่ดินทำให้พื้นที่โครงการทั้งหมด 3 แปลงสามารถพัฒนาโครงการได้ตามเป้าหมายและทำให้ได้พื้นที่อาคารที่รองรับกิจกรรมมีอัตราสูงเทียบเท่ามาตรการส่งเสริมอัตราส่วนพื้นที่ดินและยังมีพื้นที่อาคารรวมที่เหลือเพื่อรองรับการพัฒนาในอนาคต ส่งผลให้เกิดความหลากหลายของกิจกรรมในพื้นที่และตรงตามความต้องการของประชากร อีกทั้งสามารถรองรับการขยายตัวของเมืองได้ |