แนวทางการลดความชื้นสะสมภายในห้องพักอาศัยแบบสตูดิโอภายใต้สภาพอากาศร้อนชื้น
รหัสดีโอไอ
Title แนวทางการลดความชื้นสะสมภายในห้องพักอาศัยแบบสตูดิโอภายใต้สภาพอากาศร้อนชื้น
Creator ณิชากร กลิ่นเกลา
Contributor สุดาภรณ์ สุดประเสริฐ, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2561
Keyword ความชื้น, การแพร่, ห้องพักอาศัยประเภทสตูดิโอ, ภูมิอากาศร้อนชื้น, การระบายอากาศ, Humidity, Vapor diffusion, Studio room type, Hot and humid climate, Ventilation
Abstract งานวิจัยนี้ศึกษาพฤติกรรมความชื้นในห้องพักอาศัยประเภทสตูดิโอด้วยวิธีการจำลองทางคณิตศาสตร์โดยใช้โปรแกรมคำนวณพลศาสตร์ของไหล ANSYS Fluent 16.0 แบบจำลองสามมิติถูกสร้างขึ้นและวิเคราะห์การแพร่ความชื้นด้วยแบบจำลองอากาศผสมไอน้ำ (air-vapor mixture) ศึกษาเชิงลึกเพื่อให้เข้าใจการแพร่ของความชื้น การกระจายของค่าอุณหภูมิอากาศ และผลของความเร็วลมในห้องพักอาศัยต่อการไล่ความชื้นออกจากห้องพัก การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงห้องพักอาศัยประเภทสตูดิโอให้มีความชื้นของอากาศลดลง และเสนอแนวทางการประยุกต์ และพัฒนาลักษณะทางกายภาพของห้องพักอาศัยประเภทสตูดิโอในภูมิอากาศแบบร้อนชื้นงานวิจัยนี้นำลักษณะทางกายภาพของห้องพักอาศัยประเภทสตูดิโอมากำหนดเป็นตัวแปรควบคุมเพื่อกำหนดการจำลองกรณีพื้นฐาน โดยทำการศึกษาขนาดของแบบจำลองเท่ากับสัดส่วนพื้นที่ใช้สอยของห้องพักอาศัยประเภทสตูดิโอ จากการศึกษาจำนวนคอนโดมิเนียมที่แล้วเสร็จในปี 2558 – 2563 ทั้งหมด 351 โครงการ ผู้วิจัยเลือกพิจารณารูปแบบห้องพักอาศัยของคอนโดมิเนียมตามประเภทโครงสร้างราคาแบบ Main class ที่อยู่ในจังหวัดกรุงเทพฯ จำนวน 63 โครงการ รูปแบบห้องพักอาศัยประเภทสตูดิโอเนื่องจากมีการจัดผังแบบเปิดโล่ง (open plan) โดยมีขนาดห้องอยู่ในช่วง 21 – 33 ตารางเมตรงานวิจัยนี้เลือกใช้ขนาดของแบบจำลองของห้องพักอาศัยประเภทสตูดิโอของหอพัก เป็นการศึกษานำร่องในการตรวจสอบความแม่นยำการคำนวณโปรแกรมพลศาสตร์ของไหล แบบจำลองของห้องมีขนาด 28 ตารางเมตร กว้าง 3.55 เมตร ยาว 8.60 เมตร และสูง 2.40 เมตร โดยวัดจากพื้นถึงเพดาน และใช้ห้องพักอาศัยประเภทสตูดิโอของคอนโดมิเนียม ขนาด 26.70 ตารางเมตร กว้าง 3.65 เมตร ยาว 7.30 เมตร และสูง 2.70 เมตร โดยวัดจากพื้นถึงเพดาน เป็นการศึกษาหาแนวทางในการทดลองลดความชื้นสะสมการเก็บข้อมูลจากห้องกรณีศึกษารูปแบบหอพักจากการวัดความชื้น อุณหภูมิ ความเร็วลม และทิศทางลมพบว่าความชื้นที่เกิดขึ้นภายในห้องมีค่ามากที่สุดในฤดูฝน ร้อน และหนาวตามลำดับ โดยลมเข้ามาในห้องจากประตูระเบียงในฤดูฝน และลมเข้ามาในห้องจากประตูทางเข้าห้องในฤดูร้อนและหนาว และการเก็บข้อมูลจากห้องกรณีศึกษารูปแบบคอนโดมิเนียมพบว่าความชื้นภายในห้องน้ำสูงกว่าภายในห้องแม้จะมีการเปิดใช้งานเครื่องปรับอากาศ อย่างไรก็ตามเมื่อปิดประตูห้องน้ำพื้นที่ของห้องน้ำจะถูกแยกออกจากพื้นที่ภายในห้องพักและสามารถระบายอากาศได้ด้วยพัดลมดูดอากาศเมื่อมีการเปิดใช้งานเท่านั้นแนวทางการลดความชื้นสะสมภายในห้องพักอาศัยประเภทสตูดิโอ ประตูห้องน้ำไม่ควรมีบานเกล็ดระบายอากาศและควรติดพัดลมดูดอากาศในห้องน้ำเพิ่มเติมเพื่อให้ความชื้นแพร่ออกไปนอกห้องภายในห้องพักควรมีช่องเปิดทั้งฝั่งด้านหน้าห้องและด้านหลังห้องเพื่อให้เกิดการระบายอากาศแบบข้ามฟากได้ ทำให้เกิดการหมุนเวียนอากาศที่ดีช่วยลดความชื้นที่สะสมในห้องพัก สำหรับด้านหน้าห้องที่ต้องการความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัยไม่สามารถเปิดประตูเพื่อการระบายอากาศได้ ควรมีช่องเปิดเหนือประตูทางเข้าห้องเพื่อช่วยระบายอากาศ และเปิดใช้งานช่องเปิดด้านหลังห้องด้วย ในกรณีที่ช่องเปิดให้ลมเข้ามีขนาดใหญ่กว่าฝั่งลมออกทำให้ลมที่เข้ามาครอบคลุมพื้นที่ภายในห้องได้มากกว่า การระบายอากาศเพื่อลดความชื้นสะสมจึงมีประสิทธิภาพมากกว่า แต่ในกรณีที่มีช่องเปิดเหนือประตูทางเข้าห้อง ทำให้ช่องเปิดที่ลมเข้ามีขนาดเล็กกว่าลมออกแต่ยังคงช่วยให้ลมไหลออกไปได้เร็ว
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ