|
การปรับปรุงวินัยทหาร: ศึกษาประกอบอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและ การประติบัติ หรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การปรับปรุงวินัยทหาร: ศึกษาประกอบอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและ การประติบัติ หรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี |
| Creator | พินิจพงษ์ จรรยาลิขิต |
| Contributor | ปกป้อง ศรีสนิท, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2561 |
| Keyword | การทรมาน, การประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี, การละเมิดสิทธิโดยทั่วไป, วินัยทหาร, การปรับปรุงวินัยทหาร, การลงทัณฑ์, Torture, Cruel, inhuman or degrading treatment (CIDT), Ill-treatment, Mal-treatment, Military discipline, Improving military discipline, Military punishment |
| Abstract | มาตรา 8 ของพระราชบัญญัติเพียงกำหนดไว้แต่ทัณฑ์ที่จะใช้ลงแก่ทหารผู้กระทำผิดวินัยเท่านั้น โดยไม่อนุญาตให้คิดวิธีการลงโทษขึ้นใหม่ อีกทั้งข้อบังคับทหารฉบับที่ (4/7536)/2475 เรื่อง ผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจลงอาชญาโดยพลการ ก็มีเนื้อความกำหนดแก่ผู้บังคับบัญชา มิให้ใช้อำนาจลงอาชญาแก่ผู้ที่อยู่ในบังคับบัญชา และให้อำนาจเพียงการสั่งทัณฑ์เท่าที่มีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยทหาร ดังนั้น การปรับปรุงวินัยทหารย่อมเป็นการใช้อำนาจลงทัณฑ์ต่อทหารโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และเป็นตัวแทนของการใช้อำนาจในทางที่ผิดตราบเท่าที่ไม่มีกฎหมายให้อำนาจแก่ผู้บังคับบัญชาในการปรับปรุงวินัยทหารรูปลักษณะของการปรับปรุงวินัยทหารตามการกำเนิดแบ่งแยกได้เป็น 2 ประการหลัก คือเกิดขึ้นด้วยตัวเอง และผ่านการสั่งทัณฑ์ของผู้บังคับบัญชา ทั้งสองไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ แต่ผลที่เกิดขึ้นจากการปรับปรุงวินัยทหารทำให้แบ่งการปรับปรุงวินัยทหารออกได้เป็น 4 ลักษณะ ตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ คือ การปรับปรุงวินัยทหารที่มีความร้ายแรงในระดับของ “การทรมาน” “การประติบัติ หรือลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม” “การประติบัติ หรือลงโทษอื่นที่ย่ำยีศักดิ์ศรี” และ “การละเมิดสิทธิโดยทั่วไป” ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นรัฐภาคี ตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติ หรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 เป็นต้นมา ทำให้ประเทศไทยมีพันธกรณีต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาดังกล่าว แต่ผลลัพธ์ในปัจจุบันคือร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมาน พ.ศ. ... ที่ยังไม่ประกาศใช้เป็นกฎหมายนั้น ขาดมูลเหตุจูงใจบางประการตามนิยามของคำว่า “การทรมาน” ในอนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ ไป และคำว่า “การประติบัติ หรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี” ปรากฏเพียงนัยตามมาตรา 19 (2) และ 20 (2) (3) เท่านั้น จึงไม่เพียงพออธิบายว่าได้ปฏิบัติตามหน้าที่ของรัฐภาคี ผลจากเรื่องนี้ทำให้ไม่มีความผิดและโทษใช้บังคับโดยเฉพาะ ในกรณีที่การปรับปรุงวินัยทหารทำให้เกิดความเจ็บปวดหรือทรมานในระดับที่ต่ำกว่าการทรมาน แม้ว่าจะมีพระราชบัญญัติที่กำหนดความผิดและบทลงโทษจากการกระทำที่คล้ายกัน แต่ทั้งหมดล้วนมีข้อบกพร่องที่ไม่สามารถบังคับใช้ทดแทนกันได้ ผู้เขียนจึงเห็นว่า ทางออกที่เหมาะสมและถูกต้องตามกฎหมายมากที่สุดคือ การกำหนดให้การประติบัติ หรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี กลายเป็นฐานความผิดและมีโทษบัญญัติไว้อย่างไรก็ตาม มุมมองของการปรับปรุงวินัยทหารมิได้มีเพียงด้านเดียว ในอีกด้านหนึ่ง การปรับปรุงวินัยทหารกลับกลายเป็นเครื่องมือที่ผู้บังคับบัญชาทหารใช้เพื่อบังคับให้ทหารอยู่ในระเบียบวินัย และเชื่อฟังคำสั่ง หรือกลายเป็นรูปแบบของการละเมิดสิทธิระหว่างทหารต่อทหารด้วยกันเอง ด้วยความเจ็บแค้นที่ได้รับความไม่เป็นธรรมในประการใด ๆ แม้ทหารจะสามารถร้องทุกข์ต่อการถูกปรับปรุงวินัยทหารได้ในสองวิธี ผ่านกลไกการร้องทุกข์ในพระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยทหารหรือสอง หรือให้ผู้เกี่ยวข้องร้องขอต่อศาลให้ปล่อยตัวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 90 แต่ทั้งสองวิธีต่างมีข้อจำกัดที่ไม่เหมาะสมต่อการใช้สิทธิ รวมถึงไม่อาจรับประกับความปลอดภัยใด ๆ ให้แก่ผู้ร้องได้ ด้วยเหตุดังกล่าว ผู้เขียนจึงคิดสร้างกลไกเพื่อตรวจสอบการปรับปรุงวินัยทหารที่มีประสิทธิภาพมากกว่าสองวิธีข้างต้น เพื่อพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทหาร ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ที่มิใช่กระสอบทรายระบายอารมณ์ของบุคคลใดทั้งสิ้นในวิทยานิพนธ์นี้ ผู้เขียนจะอธิบายปัญหาทั้งสองประการที่เกิดขึ้นผ่านอนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ แบบธรรมเนียมของทหาร และกฎหมายที่ทหารพึงทราบเป็นหลัก รวมถึงกฎหมายที่ยังไม่ถูกประกาศใช้ แต่มีความสอดคล้องเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องนี้ คือ ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการบังคับให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ... เพื่อรวบรวม วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาดังกล่าว อย่างไรก็ดี ด้วยข้อจำกัดด้านการเข้าถึงเนื้อหาการฝึกทหารในหลักสูตรพิเศษ จึงมุ่งศึกษาการปรับปรุงวินัยทหารที่กระทำต่อทหารเกณฑ์ และทหารทั่วไป ที่ไม่ใช่ทหารหลักสูตรพิเศษเท่านั้น |