|
การคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายในคดีอาญา: ศึกษากรณีการบังคับคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาที่ฟ้องโดยพนักงานอัยการ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายในคดีอาญา: ศึกษากรณีการบังคับคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาที่ฟ้องโดยพนักงานอัยการ |
| Creator | พรพิมล ธรรมทวี |
| Contributor | สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2561 |
| Keyword | การคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายในคดีอาญา, การดำเนินคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา, บทบาทของพนักงานอัยการ, กระบวนการยุติธรรม, Protecting victim rights criminal cases, Civil proceedings related to criminal cases, Role of the prosecutor, Judicial process |
| Abstract | จากหลักการขององค์การสหประชาชาติที่ได้ประกาศปฏิญญาสากลว่าด้วยหลักการพื้นฐานในการสร้างความยุติธรรมให้แก่ผู้เสียหายจากอาชญากรรมและการใช้อำนาจโดยมิชอบ ค.ศ. 1985 โดยการกำหนดรับรองสิทธิของผู้เสียหายไว้ 4 ประการ ได้แก่ (1) การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและการได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม (2) การได้รับการชดเชยความเสียหายโดยผู้กระทำความผิด (3) การได้รับการชดเชยความเสียหายโดยรัฐ และ (4) การได้รับความช่วยเหลือหรือบริการด้านอื่นๆ ต่อมาประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 บัญญัติรับรองสิทธิของผู้เสียหายให้สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและได้รับการชดเชยความเสียหาย กระทั่งมีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2548 ในส่วนของการดำเนินคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญโดยการบัญญัติให้สิทธิแก่ผู้เสียหายในคดีอาญามีสิทธิยื่นคำร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนในความเสียหายทั้งปวงนอกเหนือจากที่พนักงานอัยการเรียกให้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 43 เข้ามาในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องตามมาตรา 44/1 เจตนารมณ์การของการแก้ไขเพื่อให้ศาลที่พิจารณาสามารถวินิจฉัยประเด็นเกี่ยวกับค่าสินไหมทดแทนส่วนแพ่งไปพร้อมกับคดีอาญา โดยใช้วิธีพิจารณาที่ไม่ยุ่งยากไม่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินคดีอาญาและไม่ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียม เพื่อให้ผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมได้รับการเยียวยาความเสียหายผ่านกระบวนการยุติธรรมที่สะดวก รวดเร็ว ทั้งยังส่งผลให้คดีต่างๆ ที่เกิดจากมูลกรณีเดียวกันได้รับการวินิจฉัยชี้ขาดไปในคราวเดียวกัน ไม่ต้องแยกไปฟ้องร้องเป็นคดีใหม่เป็นการลดภาระส่วนแพ่งให้แก่ผู้เสียหาย เป็นประโยชน์ต่อการบริหารคดีของศาล และทดแทนความบกพร่องของรัฐที่ไม่สามารถคุ้มครองให้เกิดความมั่นคงและปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในทางปฏิบัติการดำเนินการตามบทบัญญัติดังกล่าวยังไม่มีประสิทธิภาพมากพอให้ผู้เสียหายได้รับการเยียวยาอย่างแท้จริง เนื่องจากกรณีคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาที่ฟ้องโดยพนักงานอัยการประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มิได้กำหนดบทบัญญัติให้อำนาจพนักงานอัยการซึ่งเป็นโจทก์ฟ้องให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เสียหายไปจนถึงขั้นตอนของการบังคับคดีภายหลังจากศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ศึกษาถึงปัญหาเกี่ยวกับการบังคับคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาที่ฟ้องโดยพนักงานอัยการ โดยศึกษาระบบเกี่ยวกับการให้ความคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายเฉพาะการฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาตามกฎหมายไทยเปรียบเทียบกับกฎหมายฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกา เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์และเสนอแนะมาตรการที่เหมาะสมมาปรับใช้ให้การดำเนินคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาของไทยมีประสิทธิภาพเอื้อประโยชน์ให้ผู้เสียหายได้รับการเยียวยาจากผู้กระทำความผิด ผ่านมาตรการให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกจากกระบวนการยุติธรรมแห่งรัฐ |