|
การปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันนกและสัตว์ที่เป็นอันตรายต่อการบินตามอนุสัญญาว่าด้วยการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ค.ศ. 1944 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันนกและสัตว์ที่เป็นอันตรายต่อการบินตามอนุสัญญาว่าด้วยการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ค.ศ. 1944 |
| Creator | วนิดา มัชรินทร์ |
| Contributor | ลลิล ก่อวุฒิกุลรังษี, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2561 |
| Keyword | กฎหมายการบิน, ความปลอดภัยการบิน, นกและสัตว์ที่เป็นอันตรายต่อการบิน, มาตรฐานและข้อพึงปฏิบัติระหว่างประเทศ, Aviation law, Aviation safety, Bird and wildlife hazard, Standard and recommended practices |
| Abstract | นกและสัตว์เป็นอันตรายที่ส่งผลต่อความปลอดภัยการบินเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน และความล่าช้าในการเดินทาง องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ในฐานะองค์การระหว่างประเทศระดับรัฐบาลที่ได้สถาปนาขึ้นตามอนุสัญญาว่าด้วยการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ค.ศ.1944 ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาหลักการการเดินอากาศระหว่างประเทศให้มีความปลอดภัยอย่างมีระเบียบได้ตระหนักถึงปัญหากรณีอากาศยานชนนกและสัตว์ที่เป็นอันตรายต่อการบิน จึงได้บัญญัติกลไกทางเทคนิคและแนวปฏิบัติสากลที่เรียกว่ามาตรฐานและข้อพึงปฏิบัติระหว่างประเทศในรูปของภาคผนวกที่ 14 แนบท้ายอนุสัญญาว่าด้วยการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ค.ศ.1944 เพื่อให้รัฐภาคีแห่งอนุสัญญาฉบับนี้นำไปบังคับใช้ภายในรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้รับการตรวจสอบตามโครงการการตรวจสอบการกำกับดูแลความปลอดภัยสากล นอกจากนี้ ยังปรากฏองค์การระหว่างประเทศที่มิใช่ระดับรัฐบาลที่พยายามเสนอแนะมาตรการการป้องกันนกและสัตว์ที่เป็นอันตรายต่อการบินแก่ผู้มีส่วนได้เสียในแต่ละบริบท ได้แก่ สภาสมาคมท่าอากาศยานระหว่างประเทศ สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ สมาคมป้องกันกรณีอากาศยานชนนก และสมาพันธ์นักบินนานาชาติ ซึ่งล้วนแต่สนับสนุนให้สมาชิกของแต่ละองค์การเหล่านี้ปฏิบัติตามมาตรการขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศเพื่อให้บรรลุซึ่งวัตถุประสงค์ร่วมกันคือความปลอดภัยการบินเมื่อตระหนักถึงความสำคัญในการปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันนกและสัตว์ที่เป็นอันตรายต่อการบินขององค์การระหว่างประเทศแล้ว มาตรการตัวอย่างในบางประเทศที่มีมาตรการการป้องกันนกและสัตว์ที่เป็นอันตรายต่อการบินที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่ มาตรการของประเทศสหรัฐอเมริการ สหราชอาณาจักร และสิงคโปร์ ก็เป็นสิ่งที่ควรนำมาศึกษาเพื่อหาทางลดความเสี่ยงที่เกิดจากอันตรายของกรณีอากาศยานชนนกและสัตว์ที่เป็นอันตรายต่อการบินเช่นกันประเทศไทยในฐานะหนึ่งในรัฐภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ค.ศ.1944 และสมาชิกขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศจึงมีหน้าที่ต้องนำมาตรการการป้องกันนกและสัตว์ที่เป็นอันตรายต่อการบินที่ได้กำหนดไว้ในมาตรฐานและข้อพึงปฏิบัติระหว่างประเทศในภาคผนวกที่ 14 แห่งอนุสัญญาว่าด้วยการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ค.ศ.1944 มาบังคับใช้ภายในรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ดี จากการศึกษาพบว่ามาตรการการป้องกันนกและสัตว์ที่เป็นอันตรายต่อการบินของประเทศไทยยังไม่สอดคล้องกับมาตรการในภาคผนวกที่ 14 ในบางประการ กล่าวคือมาตรการในเรื่องแหล่งทิ้งขยะและสถานที่ที่ดึงดูดนกและสัตว์ที่เป็นอันตรายต่อการบิน และพบว่าในทางปฏิบัติ มาตรการการป้องกันนกและสัตว์ที่เป็นอันตรายต่อการบินของประเทศไทยยังขาดการดำเนินการอย่างมีเอกภาพ ประเทศไทยจึงควรบัญญัติกฎหมายภายในให้สอดคล้องกับภาคผนวกที่ 14 อย่างครอบคลุมด้วย และหยิบยกข้อเสนอแนะที่ดีขององค์การระหว่างประเทศที่มิใช่ระดับรัฐบาลมาใช้บังคับด้วย ท้ายที่สุดเลือกใช้วิธีการที่มีประสิทธิภาพของต่างประเทศมาปรับใช้ตามบริบทของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพอย่างมีเอกภาพ เพื่อก่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่การบินและยกระดับมาตรฐานการบินของประเทศไทยให้มีมาตรฐานสากลในการป้องกันนกและสัตว์ที่เป็นอันตรายต่อการบิน |