|
การโจมตีทางไซเบอร์และปัญหาทางกฎหมายในการปรับใช้หลักการห้ามใช้กำลัง |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การโจมตีทางไซเบอร์และปัญหาทางกฎหมายในการปรับใช้หลักการห้ามใช้กำลัง |
| Creator | นภาพร แสนพิศ |
| Contributor | จตุรนต์ ถิระวัฒน์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2561 |
| Keyword | การโจมตีทางไซเบอร์, หลักการห้ามการใช้กำลัง, หลักการใช้สิทธิป้องกันตัวและหลักการป้องกันตัวล่วงหน้า, Cyber attack, Non-use of force principle, Self-defence principle and preemptive self-defence principle |
| Abstract | การโจมตีทางไซเบอร์และการกระทำที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีทางไซเบอร์เป็นการสร้างความเสียหายโดยรัฐหนึ่งต่อรัฐอีกรัฐหนึ่ง ซึ่งมักทำได้ทั้งสิ้น 3 วิธี ได้แก่ การทำให้ระบบปฏิเสธการให้บริการ การฝังข้อมูลไม่ถูกต้อง และการแทรกซึมไปในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ การกระทำทั้งสามประการมีลักษณะเป็นการกระทำเชิงรุกในห้วงไซเบอร์ซึ่งเป็นสิ่งแวดล้อมเสมือนจริงที่ไร้พรมแดนกฎหมายระหว่างประเทศที่น่าสนใจในการปรับใช้กับการโจมตีทางไซเบอร์ เพื่อลงโทษรัฐที่กระทำความผิด ได้แก่ หลักการห้ามใช้กำลังตามข้อบทที่ 2(4) ของกฎบัตรสหประชาชาติ และหากพิจารณาว่าการโจมตีทางไซเบอร์เป็นการโจมตีทางอาวุธ รัฐผู้เสียหายสามารถใช้สิทธิป้องกันตัวตามข้อบทที่ 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ อย่างไรก็ตาม มีปัญหาที่ต้องพิจารณา ทั้งหมด 7 ประการ และได้ข้อสรุป ดังนี้ ประการแรก การโจมตีทางไซเบอร์ที่เป็นการใช้กำลังต่อบูรณภาพเหนือดินแดน คือ การโจมตีทางไซเบอร์ที่สร้างความเสียหายภายในดินแดนของรัฐนั้น ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายทางกายภาพหรือไม่ใช่ทางกายภาพ ในขณะที่การโจมตีทางไซเบอร์ที่เป็นการใช้กำลังต่ออิสระทางการเมือง คือ การใช้กำลังที่ไม่ได้สร้างความเสียหายทางกายภาพ แต่เป็นการช่วยเหลือการใช้กำลัง การให้ความช่วยเหลือในการโจมตีทางไซเบอร์แก่กลุ่มแฮกเกอร์ และการยุยงปลุกปั่นทางไซเบอร์ที่นำไปสู่การใช้กำลัง ประการที่สอง การโจมตีทางไซเบอร์ที่เป็นการโจมตีทางอาวุธมีทั้งสิ้น 3 รูปแบบ ได้แก่ การใช้อาวุธไซเบอร์สร้างความเสียหายแก่รัฐโดยตรง การยินยอมให้รัฐอื่นใช้โครงสร้างพื้นฐานทางไซเบอร์ในดินแดนของตน และการส่งกลุ่มแฮกเกอร์เข้าไปในดินแดนของรัฐอื่นเพื่อสร้างความเสียหาย ประการที่สาม การโจมตีทางไซเบอร์และการกระทำอื่นที่เกี่ยวข้องที่เป็นการข่มขู่ว่าจะใช้กำลัง คือ การข่มขู่ว่าจะใช้กำลังทางกายภาพ และการข่มขู่ว่าจะใช้กำลังต่อระบบคอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญแห่งชาติ ประการที่สี่ หลักกฎหมายระหว่างประเทศในปัจจุบันไม่สามารถแยกการโจมตีทางไซเบอร์ที่เป็นการใช้กำลังออกจากการแทรกแซงกิจการภายใน ประการที่ห้า รัฐต้องรับผิดอันเนื่องมาจากการใช้กำลังทั้งสิ้น 3 กรณี ได้แก่ กรณีแรก เป็นการกระทำความผิดของรัฐโดยตรง ส่วนกรณีที่สองเป็นการกระทำของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ดำเนินการภายใต้การควบคุมและสั่งการของรัฐ และกรณีที่สาม รัฐต้องรับผิดจากการละเมิดหลักการป้องกันความเสียหายข้ามพรมแดน ประการที่หก เงื่อนไขของการป้องกันตัวล่วงหน้าต่อภัยคุกคามที่ใกล้จะเกิดขึ้น โดยทันทีและได้สัดส่วน เป็นหลักการที่ยังคลุมเครือ ประการสุดท้าย เมื่อใดที่รัฐใช้มาตรการป้องกันตัวตามกฎบัตรสหประชาชาติ รัฐมีหน้าที่รายงานมาตรการที่ตนใช้ต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ |