|
ปัญหาการบังคับทางปกครองกับทายาทของเจ้าหน้าที่ผู้กระทำละเมิด |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ปัญหาการบังคับทางปกครองกับทายาทของเจ้าหน้าที่ผู้กระทำละเมิด |
| Creator | หลักชัย บูรณ์เจริญ |
| Contributor | สุรพล นิติไกรพจน์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2561 |
| Keyword | ละเมิดของเจ้าหน้าที่, การบังคับทางปกครอง, ทายาท, เจ้าหน้าที่ผู้กระทำละเมิดถึงแก่ความตาย, Abuse of staff, Administrative enforcement measure, Inheritor, Death, Offender, Officer |
| Abstract | วิทยานิพนธ์เล่มนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาเกี่ยวกับการใช้มาตรการบังคับทางปกครองกับทายาทของเจ้าหน้าที่ผู้กระทำละเมิด ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐได้ออกคำสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้ว แต่ในระหว่างใช้มาตรการบังคับทางปกครองกับเจ้าหน้าที่นั้น เจ้าหน้าที่ดังกล่าวถึงแก่ความตาย ทำให้สิทธิ หน้าที่ และทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่นั้นเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาท หน่วยงานของรัฐจึงต้องใช้มาตรการบังคับทางปกครองกับทายาทของเจ้าหน้าที่ผู้กระทำละเมิด เมื่อการใช้มาตรการบังคับทางปกครองมีฐานอำนาจมาจากคำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ชำระเงิน แต่พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 12 มิได้กำหนดให้หน่วยงานของรัฐมีอำนาจออกคำสั่งเรียกให้ทายาทชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ทำให้เกิดปัญหาว่าหน่วยงานของรัฐมีอำนาจใช้มาตรการบังคับทางปกครองกับทายาทหรือไม่ มีหลักเกณฑ์ในการใช้มาตรการบังคับทางปกครองกับทายาทอย่างไร และทายาทมีสิทธิโต้แย้งคำสั่งเรียกให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนและมาตรการบังคับทางปกครองหรือไม่ เพียงใดจากการศึกษาพบว่า สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เคยมีความเห็นว่า หน่วยงานของรัฐมีอำนาจในการใช้มาตรการบังคับทางปกครองกับทายาทได้ ซึ่งต่อมาพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 ได้กำหนดให้กรณีหน่วยงานของรัฐมีคำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ชำระเงิน หากเจ้าหน้าที่ผู้อยู่ใต้คำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ชำระเงินไม่นำเงินมาชำระภายในระยะเวลาที่กำหนด หน่วยงานของรัฐมีอำนาจใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยยึดหรืออายัดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่นั้นและขายทอดตลาดเพื่อชำระเงินให้ครบถ้วนได้ เมื่อหน่วยงานของรัฐใช้มาตรการบังคับทางปกครองแก่เจ้าหน้าที่นั้นแล้ว หากต่อมาเจ้าหน้าที่นั้นถึงแก่ความตาย หน่วยงานของรัฐมีอำนาจดำเนินการบังคับทางปกครองต่อไปได้ โดยให้ถือว่าทายาทผู้รับมรดกหรือผู้จัดการมรดกเป็นผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองนั้น ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมกับทายาท เนื่องจากทายาทต้องตกเป็นผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง โดยที่ยังมิได้ทราบถึงคำสั่งทางปกครองซึ่งเป็นฐานอำนาจในการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง ประกอบกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดให้ทายาทรับผิดไม่เกินทรัพย์มรดกที่ตกทอดแก่ตน การที่หน่วยงานของรัฐใช้มาตรการบังคับทางปกครองกับทายาท โดยการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์มรดก เสมือนทายาทเป็นเจ้าหน้าที่ผู้กระทำละเมิดย่อมเป็นการสร้างภาระให้แก่ทายาทเกินสมควร สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหา ผู้เขียนได้เสนอให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 โดยเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับอำนาจในการออกคำสั่งเรียกให้ทายาทชดใช้ค่าสินไหมทดแทน โดยเทียบเคียงหลักการในการออกคำสั่งให้ลูกหนี้ชำระเงินจากระบบกฎหมายของสาธารณรัฐฝรั่งเศส และในประเด็นเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การใช้มาตรการบังคับทางปกครองกับทายาท โดยการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์มรดก ผู้เขียนได้เสนอให้แก้ไขพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562โดยเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การใช้มาตรการบังคับทางปกครองกับทายาทไว้โดยเฉพาะ เพื่อให้ทายาทซึ่งเป็นผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองได้ทราบถึงกระบวนการในการใช้มาตรการบังคับทางปกครองได้อย่างชัดเจน และสามารถใช้สิทธิโต้แย้งทั้งคำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ชำระเงินและมาตรการบังคับทางปกครองได้ |