สถานะทางกฎหมายของสภากาชาดไทย
รหัสดีโอไอ
Title สถานะทางกฎหมายของสภากาชาดไทย
Creator อัครพล อร่ามเจริญ
Contributor จันทจิรา เอี่ยมมยุรา, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2561
Keyword สภากาชาดไทย, สถานะทางกฎหมาย, องค์การอาสาสงเคราะห์, Thai Red Cross Society, Legal status, Aid societies
Abstract กิจการกาชาดเป็นกิจการที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั่วโลกและมีบทบาทในทางระหว่างประเทศ ในฐานะที่เป็นองค์กรที่ปฏิบัติภารกิจด้านมนุษยธรรม ปฏิบัติหน้าที่ทั้งในยามสงบและในยามสงคราม มีบทบาทในด้านการบรรเทาทุกข์ และมีบทบาทในกิจการสาธารณสุขในหลายประเทศ ภายใต้เครื่องหมายเดียวกันที่เป็นสากล คือ เครื่องหมายกาชาดสีแดงบนพื้นสีขาว หรือเป็นรูปเสี้ยววงเดือนแดง (สำหรับกลุ่มประเทศมุสลิม)ในประเทศไทยก็มีการดำเนินการของกิจการกาชาดเช่นกัน ภายใต้ชื่อ “สภากาชาดไทย” โดยมีกฎหมายที่เกี่ยวกับสถานะ โครงสร้าง และอำนาจหน้าที่ของสภากาชาดไทยที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนับได้ 3 ฉบับ คือ พระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาชาดไทย พระพุทธศักราช 2461,พระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาชาดสยามเพิ่มเติม พระพุทธศักราช 2463 และพระราชบัญญัติกาชาด พ.ศ. 2499 สำหรับสภากาชาดไทย นั้น มีจุดเริ่มต้นการดำเนินกิจการ รวมทั้งมีกฎหมายฉบับแรกที่บัญญัติขึ้นรับรองสถานะ มาตั้งแต่สมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ซึ่งในขณะนั้นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์และอำนาจรัฐยังนับได้ว่าเป็นสิ่งเดียวกัน ต่อมา เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาสู่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งมีการจัดองค์กรในรูปแบบใหม่แล้ว ก็ยังคงมีความเกี่ยวพันกับสถาบันพระมหากษัตริย์ การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในช่วงแรก ก็ไม่ได้มีการแก้ไขกฎหมาย โครงสร้าง สถานะและความสัมพันธ์ของสภากาชาดไทยกับสถาบันพระมหากษัตริย์ก็ยังคงเป็นเช่นเดิม หากแต่ในทางปฏิบัติมีการเปลี่ยนแปลงไป และทำให้ลักษณะในทางมหาชนเริ่มเด่นชัดขึ้น คือการที่พระมหากษัตริย์ทรงโปรดเกล้าแต่งตั้งบุคคลสภานายิกา และอุปนายกผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ที่มีรัฐมนตรีคนหนึ่งลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ เสมือนหนึ่งว่าเป็นส่วนหนึ่งในกิจการเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินสถานะทางกฎหมายของสภากาชาดไทยยิ่งมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เมื่อมีการแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาชาดไทย พระพุทธศักราช 2461 เมื่อปี พ.ศ. 2550 คือการกำหนดลักษณะทางมหาชนให้แก่สภากาชาดไทย ทั้งในเรื่องสิทธิในทางทรัพย์สินไม่ตกอยู่ภายใต้ความรับผิดแห่งการบังคับคดี และการบังคับทางปกครอง รวมถึงการเป็นหน่วยงานที่สามารถของบประมาณจากรัฐบาลได้โดยตรงผ่านพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงมีความมุ่งหมายที่จะศึกษาเพื่อค้นหาสถานะทางกฎหมายที่แท้จริงจากการศึกษาพบว่า ลักษณะทั่วไปของสภากาชาดกิจการกาชาดมีลักษณะที่สำคัญประการหนึ่งที่เป็นสากล และเป็นคุณสมบัติประการหนึ่งที่จะได้รับการรับรองให้มีฐานะเป็นส่วนหนึ่งของกิจการกาชาดในทางระหว่างประเทศนั้น ต้องเป็นอิสระ ปราศจากการครอบงำโดยอำนาจรัฐและสามารถดำเนินกิจการตามหลักการพื้นฐานของกาชาดทั้ง 7 ประการได้เสมอ ดังนั้น สภากาชาดในทางสากลจึงอาจมีความเกี่ยวพันกับรัฐในฐานะองค์กรอาสาสงเคราะห์และอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือแก่รัฐในภารกิจด้านมนุษยธรรมเท่านั้น แต่ไม่อาจจัดเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของรัฐได้ เมื่อปัจจุบันสภากาชาดไทยมีลักษณะในทางมหาชนบางประการ แต่ยังไม่สามารถจัดเข้าเป็นองค์กรในทางมหาชนได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากจะกระทบต่อสถานะในทางระหว่างประเทศของสภากาชาดไทย โดยข้อสรุปจากการศึกษาพบว่า ควรจัดสภากาชาดไทยเข้าในประเภทของนิติบุคคลเอกชน และเพื่อให้สถานะของสภากาชาดไทยในระบบกฎหมายไทย มีความชัดเจนมากขึ้นควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติของกฎหมายที่เป็นการทำให้สภากาชาดไทยมีลักษณะในทางมหาชนโดยไม่จำเป็น และก่อให้เกิดความไม่ชัดเจน เช่น การกำหนดให้รายได้ไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน การกำหนดให้ทรัพย์สินไม่อยู่ในข่ายแห่งการบังคับคดีตลอดจนการบังคับทางปกครอง และแก้ไขข้อบังคับให้ชัดเจนว่าสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย (วิทยาลัยพยาบาลสภากาชาดไทย) ควรมีสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐเพียงอย่างเดียว ไม่ควรมีฐานะเป็นส่วนหนึ่งของสภากาชาดไทยอีกต่อไป เป็นต้น
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ