ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับความล่าช้าในการดำเนินคดีปกครอง
รหัสดีโอไอ
Title ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับความล่าช้าในการดำเนินคดีปกครอง
Creator เขมจิรา รัตนะรังษี
Contributor อุดม รัฐอมฤต, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2561
Keyword ศาลปกครอง, ข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐด้วยกันหรือระหว่างหน่วยงานของรัฐกับเอกชน, ประเด็นข้อพิพาทตามกฎหมายมหาชน, บริการสาธารณะ, ความล่าช้าในการดำเนินคดีปกครอง, ตุลาการผู้แถลงคดี, ตุลาการนายเดียว, Administrative Court, Disputes between government agencies or between government agencies with the private sector, Issue of disputes under public law, Public service, Delays in administrative litigation, Judicial judges, Single judges
Abstract นับตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2544 เป็นต้นมา ประเทศไทยได้มีการจัดตั้งศาลปกครองขึ้นตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 เป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาเกี่ยวกับคดีปกครอง หรือคดีพิพาทระหว่างเอกชนกับหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือคดีพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยกันอันเนื่องมาจากการปฎิบัติหน้าที่ทางปกครองของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันเกิดจากการจัดทำบริการสาธารณะ โดยประเด็นข้อพิพาทดังกล่าวเป็นประเด็นข้อพิพาทตามกฎหมายมหาชน แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน มีการบัญญัติกฎหมายปกครองขึ้นมาบังคับใช้เพิ่มขึ้น ทำให้มีมูลเหตุแห่งการฟ้องคดีปกครองเพิ่มมากขึ้น มีคดีที่ฟ้องมายังศาลปกครองเป็นจำนวนมาก ด้วยคดีที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากนี้ประกอบกับในการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลมีบทกฎหมายในหลายมาตราซึ่งเมื่อพิจารณาจะพบว่าบทกฎหมายเหล่านี้เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้การพิจารณาคดีเกิดความล่าช้า เมื่อการดำเนินกระบวนพิจารณาเกิดความล่าช้า จึงส่งผลให้มีคดีที่ค้างการพิจารณาเป็นจำนวนมาก กว่าจะพิจารณาคดีใดคดีหนึ่งแล้วเสร็จต้องใช้ระยะเวลายาวนาน ก่อให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายแก่คู่กรณี เพราะไม่อาจเยียวยาแก้ไขปัญหาในประเด็นพิพาทได้อย่างทันท่วงที จากสถิติพบว่ามีคดีปกครองในศาลปกครองไทยจำนวนไม่น้อยที่มีระยะเวลาการพิจารณานานเกินกว่า 5 ปี ทำให้ศาลปกครองโดนร้องเรียนและโดนโจมตีในเรื่องดังกล่าวจากคู่กรณีอยู่บ่อยครั้ง และเมื่อผู้เขียนได้พิจารณาการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลปกครองในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นศาลปกครองของฝรั่งเศส หรือศาลปกครองของเยอรมัน ซึ่งประเทศเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นต้นแบบของศาลปกครองไทย พบว่า ศาลปกครองของประเทศเหล่านี้มีการพิจารณาคดีอย่างรวดเร็ว จากการศึกษาพบว่า ในปี พ.ศ. 2560 ศาลปกครองฝรั่งเศสมีระยะเวลาเฉลี่ยในการพิจารณาพิพากษาคดี ตั้งแต่ 7 เดือน ไปจนถึง 2 ปีครึ่ง เท่านั้น โดยระยะเวลาเริ่มนับจากวันที่รับคดีไว้พิจารณาไปจนถึงวันที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง อีกทั้ง ปัจจุบัน รัฐบาลมีแนวนโยบายปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ โดยมีการปฏิรูปด้านกระบวนการยุติธรรมเป็นส่วนหนึ่งด้วย อันเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ที่บัญญัติไว้เพื่อให้การดําเนินการอํานวยความยุติธรรมแก่ประชาชนได้ประสิทธิผล โดยมาตรา 258 ง. (1) กําหนดว่า “ให้มีการกําหนดระยะเวลาดําเนินงานในทุกขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมที่ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมโดยไม่ล่าช้า และมีกลไกช่วยเหลือประชาชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ รวมตลอดทั้งการสร้างกลไกเพื่อให้มีการบังคับการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมในสังคม” และมาตรา 258 ง. (3) กําหนดให้มีการ “เสริมสร้างและพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรขององค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมให้มุ่งอํานวยความยุติธรรมแก่ประชาชนโดยสะดวกและรวดเร็ว”ผู้เขียนจึงมุ่งหมายที่จะศึกษาสาเหตุที่สำคัญในหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับสาเหตุของปัญหาความล่าช้าในการดำเนินคดี ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านข้อกฎหมาย ปัญหาทางด้านการแสวงหาข้อเท็จจริงของศาล ปัญหาทางด้านรูปแบบของกระบวนการพิจารณา ปัญหาเกี่ยวกับรูปแบบในการจัดทำคำพิพากษา รวมถึงความพร้อมของบุคลากรและความพร้อมของเทคโนโลยีในการดำเนินคดีซึ่งจากการศึกษาพบว่า ศาลปกครองไทยไม่มีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรและเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่จะนำมาใช้ในการดำเนินคดีปกครอง มีบทบัญญัติทางกฎหมายในหลายมาตราทั้งในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 และในระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2543 ปัญหาในชั้นการแสวงหาข้อเท็จจริง ปัญหาในชั้นการดำเนินกระบวนพิจารณา รวมถึงปัญหาในชั้นการจัดทำคำพิพากษา ซึ่งปัญหาต่างๆ เหล่านี้ล้วนส่งผลให้การดำเนินคดีเป็นไปในทิศทางที่ไม่ดีเท่าที่ควร ตัวอย่างเช่น ตามข้อ 6 แห่งระเบียบดังกล่าวที่ให้อำนาจคู่กรณีขยายระยะเวลาในการส่งคำคู่ความได้อย่างไม่จำกัด ทำให้การดำเนินคดีต้องล่าช้าออกไป การให้อำนาจศาลแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมตามมาตรา 55 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 โดยไม่กำหนดกรอบระยะเวลาในการดำเนินการดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ทำให้ศาลใช้อำนาจตามอำเภอใจใช้ระยะเวลายาวนานในการแสวงหาข้อเท็จจริง อีกทั้ง ตามมาตรา 58 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวที่บัญญัติให้การดำเนินคดีปกครองต้องมีตุลาการผู้แถลงคดีเสมอ นอกจากนี้ พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ยังขาดบทบัญญัติที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในคดีบางประเภท บทบัญญัติที่ย่นย่อการดำเนินคดีบางประเภทลงเพื่อทำให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรวดเร็ว ขาดบทบัญญัติที่ให้อำนาจตุลาการนายเดียวมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน รวมถึงไม่มีบทบัญญัติที่กำหนดกรอบระยะเวลาการดำเนินคดีของคดีแต่ละประเภท กรณีดังกล่าวจึงถือเป็นปัญหาสำคัญที่ศาลควรเร่งแก้ไข ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นและศรัทธาในองค์กรศาลต่อไป
Thammasat University

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File #1
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ