|
การกระทำโดยงดเว้น: ศึกษาเฉพาะขอบเขตการกำหนดความรับผิดจากการกระทำครั้งก่อนๆ ของตน |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การกระทำโดยงดเว้น: ศึกษาเฉพาะขอบเขตการกำหนดความรับผิดจากการกระทำครั้งก่อนๆ ของตน |
| Creator | ชัยวัฒน์ อนุกูลวุฒิพงศ์ |
| Contributor | มาตาลักษณ์ เสรเมธากุล, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2561 |
| Keyword | ความรับผิดทางอาญา, การกระทำโดยงดเว้น, หน้าที่อันเกิดจากการกระทำครั้งก่อนๆ ของตน, การสร้างสถานการณ์อันตราย, การป้องกันผล, เงื่อนไขในการป้องกันผล, Criminal liability, Omissions, Duty based on creation of peril, Creation of a dangerous situation, Prevent harm from resulting |
| Abstract | หลักเกณฑ์การกำหนดความรับผิดของการกระทำโดยงดเว้นตามประมวลกฎหมายอาญาของไทย ในเรื่องหน้าที่อันเกิดจากการกระทำครั้งก่อนๆ ของตนยังมีความไม่ชัดเจนหลายประการ กล่าวคือ ยังไม่มีการกำหนดขอบเขตของหน้าที่ว่าเมื่อใดหรือในสถานการณ์ใดบุคคลจึงจะมีหน้าที่ในการป้องกันผลนั้นเพียงไร และเมื่อมีหน้าที่ป้องกันผลแล้วผู้กระทำจะต้องกระทำการป้องกันผลในทุกกรณีหรือไม่ รวมถึงต้องพิจารณาเงื่อนไขในการกระทำเพื่อป้องกันผลนั้นด้วย หรือไม่อย่างไร ทั้งนี้จากการศึกษาพบว่าหลักการกระทำโดยงดเว้นหน้าที่อันเกิดจากการกระทำครั้งก่อนๆ ของตน ประกอบด้วยข้อพิจารณาที่สำคัญคือ การกระทำครั้งก่อนต้องเป็นการสร้างสถานการณ์อันตราย (Creation of a Dangerous Situation) ขึ้นมาโดยทันที ซึ่งการกระทำครั้งก่อนที่เป็นการสร้างสถานการณ์ที่เป็นอันตรายนั้น อาจเกิดขึ้นโดยผิดกฎหมายหรือไม่ผิดกฎหมายก็ได้ โดยแยกพิจารณาได้ดังนี้ 1. ในกรณีของการกระทำครั้งก่อนที่ไม่ผิดกฎหมายจะเห็นได้ว่าเป็นการกระทำโดยเคลื่อนไหวในครั้งก่อนไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นความผิด ดังนั้นผู้กระทำจึงไม่จำต้องรับผิดใดๆ ในตอนแรก อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการงดเว้นการกระทำในเวลาต่อมา ซึ่งการงดเว้นดังกล่าวนำไปสู่ความเสียหายในที่สุด ในกรณีนี้จึงต้องนำหลักเรื่องการกระทำโดยงดเว้นมาพิจารณาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ 2. ในกรณีของการกระทำครั้งก่อนที่เกิดจากการกระทำที่ผิดกฎหมาย การพิจารณาในผลแห่งการกระทำนั้น ต้องพิจารณาเป็นขั้นตอนว่าการกระทำครั้งก่อนที่ผิดกฎหมายนั้นได้ขาดตอนแล้วหรือไม่ หากการกระทำนั้นยังไม่ขาดตอนก็ต้องพิจารณาหลักการกระทำโดยทั่วไปตามทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผล แต่หากการกระทำในครั้งก่อนๆนั้นได้ขาดตอนไปแล้วแต่ผู้เสียหายยังอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นอันตรายอันเนื่องมาจากการกระทำครั้งก่อนดังกล่าว กรณีเช่นนี้ย่อมถือได้ว่าผู้กระทำความผิดมีหน้าที่ต้องป้องกันผลร้าย และต้องนำหลักเรื่องการกระทำโดยงดเว้นมาพิจารณาด้วย ทั้งนี้ในกรณีดังกล่าวผู้กระทำจะมีความรับผิดทางอาญาแยกเป็น 2 กระทง กล่าวคือ ความรับผิดจากการกระทำโดยเคลื่อนไหวซึ่งเป็นการกระทำในครั้งก่อนที่ขาดตอนไปแล้ว และความรับผิดจากการกระทำโดยไม่เคลื่อนไหวในลักษณะงดเว้นกระทำการตามกรณีศึกษานี้ อนึ่ง มีข้อสังเกตว่า แม้ผู้กระทำมีหน้าที่แล้ว หากมีเหตุที่ผู้กระทำไม่สามารถป้องกันได้ ผู้กระทำจะยังต้องรับผิดในผลของการกระทำโดยงดเว้นอยู่หรือไม่ ซึ่งในเรื่องนี้จะต้องพิจารณาถึงเงื่อนไขในการป้องกันเพื่อเป็นเหตุยกเว้นความผิดของผู้กระทำด้วย โดยจากการศึกษาพบว่าเงื่อนไขดังกล่าวประกอบด้วย ประการแรก การรู้ถึงข้อเท็จจริงของบุคคลผู้ที่หน้าที่ ประการที่สอง ความสามารถในการป้องกัน ประการที่สาม ความเสี่ยงภัยของผู้ป้องกันและบุคคลที่สามประกอบกัน ซึ่งขอบเขตของความรับผิดจากการกระทำโดยงดเว้นหน้าที่อันเกิดจากการกระทำครั้งก่อนๆ ของตน ควรพิจารณาจากพฤติการณ์ที่ก่อให้เกิดหน้าที่ รวมถึงความรู้เกี่ยวกับข้อเท็จจริงของการมีหน้าที่ และความสามารถในการป้องกันผล ความเสี่ยงภัยต่อตนเองและเสี่ยงภัยต่อบุคคลที่สามนั้น ตามลำดับ ทั้งนี้เพื่อเป็นขอบเขตในการกำหนดความรับผิดอันเกิดจากการกระทำโดยงดเว้นที่เกิดจากการกระทำครั้งก่อนๆ ของตน ให้เกิดความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพสังคมไทยต่อไป |