|
มาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ค้ำประกัน |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | มาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ค้ำประกัน |
| Creator | กวินดา เสถียรกานนท์ |
| Contributor | ณภัทร สรอัฑฒ์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2561 |
| Keyword | ผู้ค้ำประกัน, วิธีแสดงเจตนาทำสัญญาค้ำประกัน, หน้าที่ของเจ้าหนี้ต่อผู้ค้ำประกัน, หนังสือบอกกล่าวการชำระหนี้, Surety, Form of surety contract, Duty of creditor to the surety, Default notices |
| Abstract | วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำการศึกษามาตรการคุ้มครองสิทธิของของผู้ค้ำประกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยศึกษาในปัญหาเรื่องวิธีการแสดงเจตนาทำสัญญาค้ำประกัน หน้าที่ของเจ้าหนี้ต่อผู้ค้ำประกัน วิธีการบอกกล่าวชำระหนี้ การเข้ารับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้โดยผู้ค้ำประกัน และการผ่อนเวลาชำระหนี้ ด้วยการศึกษาเปรียบเทียบกับหลักกฎหมายฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และอังกฤษ ผลการศึกษาพบว่า ในประเด็นเรื่องวิธีการแสดงเจตนาทำสัญญาค้ำประกันนั้น เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ค้ำประกันมากยิ่งขึ้น สมควรที่จะกำหนดให้มีบทบังคับให้การแสดงเจตนาทำสัญญาค้ำประกันต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร และรองรับการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการทำสัญญาค้ำประกันด้วย ในกรณีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่ของเจ้าหนี้ต่อผู้ค้ำประกัน การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างคู่สัญญาเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ เพราะข้อมูลเป็นสิ่งที่ผู้ค้ำประกันใช้ประกอบการพิจารณาในการเข้าทำสัญญา จึงเห็นสมควรกำหนดหน้าที่ของเจ้าหนี้ในการให้ข้อมูลที่สำคัญแก่ผู้ค้ำประกันทั้งในช่วงเวลาก่อนเข้าทำสัญญาและภายหลังการเข้าทำสัญญาสำหรับวิธีการบอกกล่าวชำระหนี้ในกรณีที่หนี้ประธานเป็นหนี้รายเดียวแต่มีการแบ่งชำระเป็นงวดๆ นั้น การมีหนังสือบอกกล่าวเพื่อแจ้งถึงการผิดนัดในครั้งแรกเพียงครั้งเดียวย่อมไม่เพียงพอต่อการคุ้มครองสิทธิของผู้ค้ำประกัน จึงสมควรกำหนดให้เจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวเพื่อแจ้งถึงการไม่ชำระหนี้ในงวดที่ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ในแต่ละครั้ง ในกรณีการรับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้โดยผู้ค้ำประกัน ตามบทบัญญัติมาตรา 693 วรรคสองกำหนดสิทธิผู้ค้ำประกันไว้จำกัดเกินไป และเห็นว่าผู้ค้ำประกันนั้นเข้าลักษณะเป็นบุคคลผู้ส่วนได้เสียตามมาตรา 229 (3) ประกอบกับมาตรา 226 สมควรที่จะนำหลักทั่วไปแห่งการรับช่วงสิทธิมาใช้กับผู้ค้ำประกันเพื่อขยายสิทธิของผู้ค้ำประกันให้ได้รับช่องทางการเยียวยามากยิ่งขึ้น ในเรื่องของการผ่อนเวลาชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ตามมาตรา 700 นั้น ในความเป็นจริงการผ่อนเวลามักจะเกิดขึ้นภายหลังครบกำหนดเวลาชำระหนี้ หากถือแนวทางตีความให้การผ่อนเวลาเกิดขึ้นเฉพาะก่อนหนี้ครบกำหนด บทบัญญัติในเรื่องนี้จะไม่มีผลใช้บังคับ และหากผู้ค้ำประกันเปลี่ยนใจให้ความยินยอมแก่การผ่อนเวลาในภายหลังย่อมไม่มีผลใดๆ เพราะการค้ำประกันระงับไปแล้ว |