|
การเปรียบเทียบตัวชี้วัดทางชีวภาพของไตในกลุ่มคนอ้วนที่มีความผิดปกติของโรคไตระยะแรก |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การเปรียบเทียบตัวชี้วัดทางชีวภาพของไตในกลุ่มคนอ้วนที่มีความผิดปกติของโรคไตระยะแรก |
| Creator | อรอนงค์ พัฒศรี |
| Contributor | นริสา เก่งตรง, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2560 |
| Keyword | ภาวะอ้วน, การตรวจคัดกรองและวินิจฉัยโรคไตตั้งแต่ระยะเริ่มแรก, Obesity, Early renal dysfunction, Cystatin C, Kidney injury molecule-1 (KIM-1), Neutrophil gelatinaseassociated lipocalin (NGAL) |
| Abstract | ภาวะอ้วน (Obesity) เป็นปัญหาสุขภาพที่มีอัตราเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี ในประชากรทั่วโลก จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าภาวะอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของการเกิดโรคไตเรื้อรัง ดังนั้นการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยโรคไตตั้งแต่ระยะเริ่มแรก (Early Renal Dysfunction; ERD) เพื่อนำไปใช้ในการควบคุมปัจจัยเสี่ยง และดำเนินการดูแลรักษาตั้งแต่ระยะแรกจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ในปัจจุบันมีการพัฒนาและทดสอบหาตัวชี้วัดทางชีวภาพ (Biomarkers) ต่างๆเพื่อประเมินความผิดปกติของไตในระยะเริ่มต้น เช่น Cystatin C, Kidney injury molecule-1 (KIM-1) และ Neutrophil gelatinase-associated lipocalin (NGAL) เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามการศึกษาตัวชี้วัดทางชีวภาพดังกล่าวส่วนใหญ่ทำการศึกษาในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะแทรกซ้อนที่ไต แต่ยังขาดข้อมูลในกลุ่มของผู้ป่วยที่มีภาวะอ้วน ซึ่งอาจมีปัญหาในเรื่องการทำงานของไตเช่นกัน การศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบระดับ Cystatin C, NGAL และ KIM-1 ในกลุ่มผู้ที่มีภาวะอ้วนที่มีความผิดปกติของโรคไตระยะแรก (ERD) กับผู้ที่มีการทำงานไตปกติ (Normal Kidney Function; NKF) และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่าง parameter of obesity (Body Mass Index; BMI, Waist Circumference; WC และ Waist to hip ratio; WHR) กับ renal biomarkers (serum creatinine, cystatin C, eGFR (สูตร CKD-EPI), Urine Albumin/creatinine ratio (UACR), NGAL และ KIM-1) ในการบ่งชี้ความผิดปกติของไตระยะแรกในผู้ที่มีภาวะอ้วน โดยทำการศึกษาในอาสาสมัครเพศหญิงและเพศชายที่มีอายุระหว่าง 35-60 ปี จำนวน 180 ราย อาสาสมัครจะถูกแบ่งกลุ่มออกเป็น 6 กลุ่มย่อย ตามระดับ BMI (Normal weight; 18-22.9 kg/m2, Overweight; 23.0-24.9 kg/m2, Obesity; ≥ 25 kg/m2) และค่าประเมินการทำงานของไต (NKF; eGFR > 90 หรือ UACR < 30 mg/g, ERD; eGFR 30 – 89 หรือ UACR 30-300 mg/g) กลุ่มละ 30 ราย กลุ่ม NKF มีค่า eGFR เท่ากับ 105.02±8.34 และกลุ่ม ERD มีค่า eGFR เท่ากับ 79.90±10.76 เมื่อเปรียบเทียบประชากรตามกลุ่ม BMI ระหว่างกลุ่ม NKF กับกลุ่ม ERD พบว่าระดับ Creatinine และ Cystatin C ในกลุ่ม ERD มีระดับเพิ่มขึ้น และค่า eGFR ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทั้ง 3 กลุ่มน้ำหนัก (p = <0.001) ในขณะที่ระดับ KIM-1 ในปัสสาวะจะมีระดับลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเฉพาะในกลุ่ม Obesity Group เท่านั้น และไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญของระดับ NGAL ในปัสสาวะของทุกกลุ่ม ผลจากการศึกษาพบว่าระดับ Cystatin C มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับทั้ง BMI (r=0.211), WC (r=0.317) และ WHR (r=0.223) นอกจากนี้ยังพบว่า Cystatin C มีความสัมพันธ์ค่อนข้างสูงกับค่า eGFR (r=-0.612) ดังนั้นในผู้ที่มีภาวะอ้วนจะมีระดับการทำงานของไตที่ลดลง โดยระดับ Cystatin C ในเลือดมีประโยชน์และมีความไวในการเป็นตัวบ่งชี้โรคไตในระยะเริ่มแรก สามารถใช้ในการติดตามการทำงานของไตโดยเฉพาะในคนอ้วน เพื่อที่จะทำให้สามารถคัดกรองผู้ป่วยโรคไต นำไปใช้ในการควบคุมปัจจัยเสี่ยง และเริ่มต้นการดูแลรักษาฟื้นฟูการทำงานของไตได้ตั้งแต่ในระยะแรก |