|
การบริหารกิจการบ้านเมืองแบบเครือข่าย: กรณีศึกษาการจัดบริการการแพทย์ฉุกเฉินของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การบริหารกิจการบ้านเมืองแบบเครือข่าย: กรณีศึกษาการจัดบริการการแพทย์ฉุกเฉินของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ |
| Creator | อินทุอร แสงอรัญ |
| Contributor | วสันต์ เหลืองประภัสร์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2560 |
| Keyword | การบริหารกิจการบ้านเมืองแบบเครือข่าย, เครือข่าย, การแพทย์ฉุกเฉิน, Network Governance, Network, Emergency medical service |
| Abstract | วิทยานิพนธ์เล่มนี้มุ่งหมายศึกษาเกี่ยวกับการศึกษาภูมิหลังและบริบทที่นำไปสู่การจัดตั้งสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติขึ้นมา อีกทั้งเพื่อศึกษาการดำเนินภารกิจในรูปแบบเครือข่ายของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ตลอดจนเพื่อศึกษาปัจจัยที่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินภารกิจในรูปแบบเครือข่ายของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ โดยใช้วิธีการศึกษาวิจัยในเชิงคุณภาพ ประกอบด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก การค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง จากการศึกษาพบข้อค้นพบที่สำคัญเกี่ยวกับการบริหารกิจการบ้านเมืองแบบเครือข่ายเพื่อดำเนินภารกิจในการจัดบริการการแพทย์ฉุกเฉินของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ดังนี้ข้อค้นพบประการที่หนึ่ง หากพิจารณาภูมิหลังและบริบทที่นำไปสู่การสร้างระบบและกลไกด้านการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศไทยและเป็นที่มาของการจัดตั้งสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ในแง่ของกระแสปัญหาคือ สภาพการณ์ด้านการเจ็บป่วยของคนไทย และสภาพการณ์ด้านการจัดบริการการรักษาพยาบาลก่อนถึงโรงพยาบาล ในขณะที่กระแสการเมือง ในช่วงทศวรรษที่ 2530 และ 2540 เป็นห้วงเวลาของกระแสการปฏิรูปประเทศในหลาย ๆ ด้าน โดยที่การสร้างระบบและกลไกการแพทย์ฉุกเฉินเกี่ยวข้องกับการปฏิรูประบบราชการและการปฏิรูประบบสุขภาพของประเทศในเวลานั้น นอกจากนี้ ในทางกระแสนโยบาย แนวทางที่หน่วยงานระดับนโยบายอย่างกระทรวงสาธารณสุขในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทหลักด้านการแพทย์และการสาธารณสุขของประเทศใช้เพื่อสร้างระบบและกลไกด้านการแพทย์ฉุกเฉินแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่หนึ่งคือ การมุ่งเน้นการพัฒนาหน่วยปฏิบัติการในโรงพยาบาลของรัฐ ระยะที่สองคือ การจัดตั้งโครงสร้างชั่วคราวภายในกระทรวงสาธารณสุข และระยะที่สามคือ การประกาศใช้พระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 และการจัดตั้งโครงสร้างถาวรเป็นการเฉพาะขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบด้านการแพทย์ฉุกเฉินโดยภาพรวมของประเทศข้อค้นพบประการที่สอง สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ในฐานะหน่วยงานที่เป็นตัวแสดงภาครัฐได้ปรับบทบาทจากการมุ่งเน้นการสั่งการและการบังคับบัญชามาสู่การทำหน้าที่เป็นผู้บริหารจัดการเครือข่ายและวางกรอบกฎกติกาเพื่อให้การดำเนินงานของภาคีเครือข่ายการจัดบริการสาธารณะเป็นไปโดยราบรื่น รวมทั้งยังได้แสดงบทบาทในฐานะผู้นำที่เอื้ออำนวยให้เกิดความร่วมมือโดยการดึงตัวแสดงภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจให้เข้ามาทำงานร่วมกันข้อค้นพบประการที่สาม ปัจจัยที่เอื้ออำนวยต่อความเป็นสถาบันในการดำเนินภารกิจเพื่อการจัดบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ได้แก่ การบังคับใช้กฎหมาย ความจำเป็นในการแลกเปลี่ยนทรัพยากรระหว่างภาคีเครือข่ายการแพทย์ฉุกเฉิน และทุนทางสังคมของสังคมไทยสำหรับข้อเสนอแนะสำหรับหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ ที่ต้องการปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินภารกิจแบบดั้งเดิมไปเป็นการดำเนินภารกิจในรูปแบบเครือข่ายคือ ภารกิจของรัฐที่เหมาะสมต่อการบริหารกิจการบ้านเมืองแบบเครือข่ายควรเป็นภารกิจที่มีตัวแสดงภาคส่วนต่าง ๆ หรือมีตัวแสดงที่หลากหลายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินภารกิจ ประเภทภารกิจของรัฐที่เหมาะสมสำหรับการดำเนินงานในรูปแบบเครือข่ายควรเป็นภารกิจด้านการให้บริการสาธารณะแก่สาธารณชนหรือผู้รับบริการ การริเริ่มดำเนินภารกิจในลักษณะการบริหารกิจการบ้านเมืองแบบเครือข่ายนั้นควรเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนวิธีคิดว่า หน่วยงานภาครัฐเองก็ประสบข้อจำกัดหลายประการและสภาพสังคมมีความสลับซับซ้อนทั้งในแง่สภาพปัญหาและการตอบสนองความต้องการของประชาชน ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและการปฏิสัมพันธ์กับหน่วยงานอื่น ๆ อีกทั้งต้องสำรวจศักยภาพและขีดความสามารถของหน่วยงานด้วย การแสดงบทบาทของหน่วยงานภาครัฐต้องไม่แสดงอำนาจเพื่อครอบงำตัวแสดงอื่น ๆ และมุ่งเน้นการสั่งการ แต่ควรแสดงบทบาทในฐานะผู้เกื้อหนุนและเอื้ออำนวย ให้ตัวแสดงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในภารกิจเข้ามาร่วมกันทำงานและมุ่งตอบสนองจุดมุ่งหมายเดียวกัน นอกจากนี้ เพื่อให้การดำเนินภารกิจในรูปแบบเครือข่ายให้เกิดความยั่งยืนปัจจัยที่สำคัญคือ ความต่อเนื่องในการดำเนินภารกิจร่วมกันของภาคีเครือข่าย เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยและความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งความไว้วางใจถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับความคงอยู่หรือเสถียรภาพของเครือข่าย |