|
การยกระดับศักยภาพกำลังพลสำรองในการปฏิบัติงานสนับสนุนสาธารณภัยพื้นที่ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การยกระดับศักยภาพกำลังพลสำรองในการปฏิบัติงานสนับสนุนสาธารณภัยพื้นที่ |
| Creator | อุดม โกษากุล |
| Contributor | ทวิดา กมลเวชช, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2560 |
| Keyword | กำลังพลสำรอง, กำลังสำรอง, การบรรเทาสาธารณภัย, Reserve force, Disaster relief |
| Abstract | การศึกษาวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการยกระดับศักยภาพของกำลังพลสำรองในการปฏิบัติงานสนับสนุนสาธารณภัยพื้นที่ ศึกษาการปฏิบัติงานและความสัมพันธ์ของงานด้านการบรรเทาสาธารณภัยระหว่างกองทัพบกและกำลังพลสำรองและศึกษาปัญหาการประสานงานร่วมกันของกองทัพบกและกำลังพลสำรองในการสนับสนุนสาธารณภัยพื้นที่ วิธีที่ใช้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการลงพื้นที่เก็บข้อมูลโดยสัมภาษณ์เชิงลึกและสังเกตการณ์ จากนั้นนำมาวิเคราะห์ นำเสนอข้อมูลเชิงพรรณนา ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือผู้บริหารและฝ่ายอำนวยการจากกระทรวงกลาโหม ผู้บริหารและฝ่ายอำนวยการจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมทั้งกำลังพลสำรองและประชาชนในพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัติ ผลการศึกษาวิจัย พบว่า การยกระดับศักยภาพของกำลังพลสำรองในการปฏิบัติงานสนับสนุนสาธารณภัยพื้นที่นั้น มีผลสืบเนื่องจากการประกาศพระราชบัญญัติกำลังพลสำรอง พ.ศ.2558 ซึ่งเป็นกฎหมายว่าด้วยกำลังพลสำรองโดยเฉพาะ เพื่อให้กำลังพลสำรองสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจตามอำนาจหน้าที่ของกระทรวงกลาโหม มีการกำหนดหน้าที่และสิทธิประโยชน์ของกำลังพลสำรองในการเข้ารับราชการทหาร เพื่อการพัฒนากิจการกำลังพลสำรองให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเรียกกำลังพลสำรองเพื่อปฏิบัติราชการให้กระทำในกรณีจำเป็น ในการปฏิบัติภารกิจที่ต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญเป็นการเฉพาะหรือเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาจากภัยพิบัติตามกฎหมาย การปฏิบัติงานและความสัมพันธ์ของงานด้านการบรรเทาสาธารณภัยระหว่างกองทัพบกและกำลังพลสำรอง พบว่า กองทัพบกได้กำหนดโครงสร้างการควบคุมกำลังพลสำรอง ทั้งการควบคุมกำลังพลสำรองทางบัญชีและการควบคุมกำลังพลสำรองทางการปฏิบัติ ซึ่งแผนแม่บทการพัฒนากิจการกำลังพลสำรองของกองทัพบก ระบุเป้าหมายการจัดเตรียมกำลังพลสำรองที่มีคุณภาพและสามารถปฏิบัติงานร่วมกับกำลังประจำการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการเรียกเข้ารับราชการทหารตามกำหนดเวลาการเป็นกำลังพลสำรองเพื่อรองรับตามที่กฎหมายกำหนด และพบว่ากองทัพจะต้องดำเนินการฝึกอบรม ให้การศึกษาและการพัฒนาด้านความรู้ ความสามารถ และทักษะในด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้แก่กำลังพลสำรองก่อนที่จะจัดส่งกำลังพลสำรองเข้าปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ และกองทัพควรเลือกใช้กำลังพลสำรองแบบอาสาสมัคร หรือจิตอาสาเข้ามาปฏิบัติราชการทหาร โดยเฉพาะในงานด้านการบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งสามารถกำหนดคุณสมบัติของกำลังพลสำรองได้ตรงตามที่กองทัพต้องการและส่งผลให้สามารถยกระดับศักยภาพของกำลังพลสำรองได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกทางหนึ่ง และปัญหาการประสานงานร่วมกันของกองทัพบกและกำลังพลสำรองในการสนับสนุนสาธารณภัยพื้นที่นั้น พบว่ากองทัพบกสามารถปฏิบัติงานร่วมกับกำลังพลสำรองได้เป็นอย่างดีเพราะกำลังพลสำรอง คือกำลังพลประเภทหนึ่งของกองทัพบกอยู่แล้ว สามารถติดต่อประสานงาน จัดการแบ่งมอบอำนาจ หน้าที่และความรับผิดชอบให้กำลังพลสำรองปฏิบัติงานทุกภารกิจตามสายการบังคับบัญชาตั้งแต่ยามปกติ จนถึงภาวะวิกฤติหรือภาวะสงครามได้ตามระบบการบริหารราชการของกองทัพบก |