|
ปัจจัยจูงใจบุคลากรในการเลือกประกอบอาชีพรับราชการโดยเปรียบเทียบกลุ่มที่เข้ารับราชการในช่วงก่อนและหลังการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ของบุคลากรสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ปัจจัยจูงใจบุคลากรในการเลือกประกอบอาชีพรับราชการโดยเปรียบเทียบกลุ่มที่เข้ารับราชการในช่วงก่อนและหลังการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ของบุคลากรสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ |
| Creator | อภิณัฏฐ์ ทรัพย์มาก |
| Contributor | เนตรนภา ยาบูชิตะ, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2557 |
| Keyword | ปัจจัยจูงใจ, การเลือกประกอบอาชีพ, พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551, ข้าราชการ |
| Abstract | การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยจูงใจบุคลากรในการเลือกประกอบอาชีพรับราชการและเพื่อศึกษาความแตกต่างระหว่างปัจจัยจูงใจบุคลากรในการเลือกประกอบอาชีพรับราชการของบุคลากรที่เข้ารับราชการในช่วงก่อนและหลังการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 กลุ่มตัวอย่างคือข้าราชการในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 250 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามและนำมาวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติแบบถดถอยเชิงพหูคูณ (Multiple Regression Analysis) โดยได้แบ่งปัจจัยจูงใจออกเป็นด้านต่างๆจำนวน 5 ด้าน ได้แก่ ด้านค่าตอบแทนและสวัสดิการ ด้านความมั่นคงในงาน ด้านความก้าวหน้าในงาน ด้านสิ่งแวดล้อมในการทำงาน และด้านโอกาสในการแสดงความรู้ความสามารถและโอกาสในการพัฒนาตนเอง จากผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยด้านความมั่นคงในงาน ด้านโอกาสในการแสดงความรู้ความสามารถและโอกาสในการพัฒนาตนเอง เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพราชการของกลุ่มบุคลากรที่เข้ารับราชการก่อนปี พ.ศ.2551 ขณะที่ปัจจัยด้านความมั่นคงในงาน ด้านสิ่งแวดล้อมในการทำงาน เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อทัศนคติต่อการตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพราชการของกลุ่มบุคลากรที่เข้ารับราชการหลังปี พ.ศ.2551 ซึ่งผลการศึกษาวิจัยครั้งนี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนกลุ่มตัวอย่างทั้งสองกลุ่มมีปัจจัยส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพราชการที่ต่างกัน และปัจจัยด้านความมั่นคงของงาน เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพราชการของทั้งสองกลุ่ม |