|
การกระจายความเสี่ยงของการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์(REIT):การลงทุนต่างประเทศ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การกระจายความเสี่ยงของการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์(REIT):การลงทุนต่างประเทศ |
| Creator | อเล็กซิส อธิการ อัศวทานต์ |
| Contributor | พัชรา พัชราวนิช, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2557 |
| Keyword | การกระจายความเสี่ยง, กองทรัสต์เพื่อการลงทุนอสังหาริมทรัพย์, การลงทุนระหว่างประเทศ, ทฤษฎีกลุ่มหลักทรัพย์, Real estate investment trust (REIT), International investment, Diversification, Modern portfolio theory |
| Abstract | ประกาศคณะกรรมการตลาดทุน เลขที่ ทจ. 50/2556 ของตลาดหลักทรัพย์ที่ประกาศให้กองทุนอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) ที่มีอยู่แปลงสภาพให้เป็นทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ภายใต้พระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พุทธศักราช 2550 เพื่อความยืดหยุ่นในการบริหารงาน และความเป็นสากลมากขึ้น ซึ่งกฎระเบียบที่แตกต่างจากเดิมกฎหนึ่งคือความสามารถในการกระจายความเสี่ยงของการลงทุนไปในต่างประเทศได้ทำให้ผู้จัดการกองทรัสต์ฯมีทางเลือก และความยืดหยุ่นในการบริหารกองทรัสต์ฯมากขึ้นการกระจายความเสี่ยงของการลงทุนในกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ระหว่างประเทศนี้เองพบว่ามีการศึกษาในหลายประเทศที่มีการเปิดให้กระจายความเสี่ยงของการลงทุนระหว่างประเทศได้นั้นมีส่วนผสมของความเสี่ยง และผลตอบแทนที่ดีขึ้น โดยที่แม้ว่าในแต่ละช่วงเวลาการกระจายความเสี่ยงจะไม่ได้ให้ส่วนผสมของความเสี่ยง และผลตอบแทนเท่ากันตลอด แต่ก็ให้ความสามารถในการกระจายความเสี่ยงในทุกช่วงเวลาการศึกษาต่างๆยังพบว่าประเทศที่อยู่ภายในทวีปเดียวกันจะได้ผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจคล้ายกันที่ให้ความสามารถในการกระจายความเสี่ยงต่ำกว่าการกระจายความเสี่ยงการลงทุนไปในประเทศต่างทวีปกัน ยกเว้นทวีปเอเชียที่ไม่พบความสัมพันธ์กันของผลตอบแทนในแต่ละประเทศในทวีปการศึกษาด้วยทฤษฎีกลุ่มหลักทรัพย์พบว่าสำหรับประเทศไทยแล้วการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนระหว่างประเทศนั้นก็ให้ส่วนผสมของความเสี่ยง และผลตอบแทนที่ดีขึ้น โดยพบว่าผลตอบแทนของการลงทุนในไทยนั้นมีค่าสัมประสิทธ์สหสัมพันธ์ในระดับที่ต่ำซึ่งเหมาะสมใน การกระจายความเสี่ยงกับทวีปยุโรป และทวีปอเมริกา คือประเทศอังกฤษ ประเทศเยอรมัน ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศแคนาดา สำหรับในทวีปเอชียแปซิฟิคนั้นประเทศไทยมีค่าสัมประสิทธ์สหสัมพันธ์ของผลตอบแทนในระดับที่ต่ำกับประเทศญี่ปุ่น และประเทศออสเตรเลีย ในขณะที่มีค่าสัมประสิทธ์สหสัมพันธ์ของผลตอบแทนในระดับที่สูงกับประเทศสิงค์โปร์ และประเทศฮ่องกง ซึ่งค่าสัมประสิทธ์สหสัมพันธ์ของผลตอบแทนของไทยกับประเทศต่างๆข้างต้นนั้นค่อนข้างเป็นไปในทางเดียวกันทุกช่วงเวลาที่ทำการศึกษา อย่างไรก็ตามน้ำหนักในการลงทุนในแต่ละประเทศนั้นควรต้องศึกษาปัจจัยด้านเศษรฐกิจอื่นๆเช่นอัตราการเติบโต อัตราแลกเปลี่ยนเป็นต้นเพื่อประกอบการตัดสินใจน้ำหนักในการลงทุน |