|
ประสิทธิศักย์ของซิลเวอร์ซิงค์ซัลฟาไดอะซีนครีมที่เติมเซริรินจากไหมในการรักษาแผลไหม้ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | ประสิทธิศักย์ของซิลเวอร์ซิงค์ซัลฟาไดอะซีนครีมที่เติมเซริรินจากไหมในการรักษาแผลไหม้ |
| Creator | สิรินุช พละภิญโญ |
| Contributor | พรอนงค์ อร่ามวิทย์, พรพรหม เมืองแมน |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2554 |
| Keyword | ซัลฟาไดอะซีน -- การใช้รักษา -- ประสิทธิผล, ซิลเวอร์ซัลฟาไดอะซีน -- การใช้รักษา -- ประสิทธิผล, สารต้านการติดเชื้อ, เซริซิน -- การใช้รักษา -- ประสิทธิผล, การสมานแผล |
| Abstract | การวิจัยนี้เป็นการเปรียบเทียบผลการดูแลบาดแผลไหม้ด้วย 1% ซิลเวอร์ซิงค์ซัลฟาไดอะซีนครีมซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานในการดูแลบาดแผลไหม้กับ 1% ซิลเวอร์ซิงค์ซัลฟาไดอะซีนครีมที่เติมเซริซินจากไหม โดยทำการศึกษาบาดแผลไหม้ระดับสองของผู้ป่วยซึ่งเข้ารับการรักษา ณ หอผู้ป่วยอุบัติเหตุ 4 โรงพยาบาลศิริราชระหว่างเดือนกันยายน 2553 ถึง พฤษภาคม 2554 จำนวนทั้งสิ้น 34 บาดแผล แบ่งบาดแผลไหม้เป็นกลุ่มควบคุมคือได้รับการดูแลบาดแผลด้วย 1% ซิลเวอร์ซิงค์ซัลฟาไดอะซีนครีม จำนวน 17 บาดแผล (8 ราย) และกลุ่มทดลองคือได้รับการดูแลบาดแผลด้วย 1% ซิลเวอร์ซิงค์ซัลฟาไดอะซีนครีมที่เติมเซริซิน จำนวน 17 บาดแผล (8 ราย) ผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มมีข้อมูลพื้นฐาน ได้แก่ เพศ อายุ น้ำหนักตัว ความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือด ประวัติการแพ้ยาหรือสารเคมีและขนาดบาดแผลไหม้ รวมถึงประวัติทางสังคม ได้แก่ ประวัติการดื่มสุรา ประวัติการดื่มชาหรือกาแฟ และประวัติการสูบบุหรี่ แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p > 0.05) ในการวิจัยนี้ทำการวัดพื้นที่บาดแผลไหม้ทุกวัน และเปรียบเทียบอัตราการลดลงของพื้นที่บาดแผลไหม้ทั้งสองกลุ่มพบว่าบาดแผลไหม้กลุ่มทดลองมีอัตราการลดลงของพื้นที่บาดแผลไหม้แตกต่างกับกลุ่มควบคุมอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p > 0.05) แต่เมื่อสิ้นสุดการวิจัยผลการศึกษาแสดงให้ว่าระยะเวลาการหายของบาดแผลไหม้กลุ่มควบคุมเท่ากับ 29.53±8.12 วัน ขณะที่บาดแผลไหม้กลุ่มทดลองใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 23.88±6.34 วัน ซึ่งบาดแผลไหม้กลุ่มทดลองหายเร็วกว่าบาดแผลไหม้กลุ่มควบคุมเป็นเวลาทั้งสิ้น 5.65±2.50 วัน ซึ่งแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.031) โดยไม่มีการติดเชื้อของบาดแผลไหม้ทั้งสองกลุ่ม ด้านความปลอดภัย ผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มปริมาณสารเคมีในเลือดที่แสดงการทำงานของตับและไต ได้แก่ ค่าเอนไซม์ AST, ALT, ALP, ค่าครีอาทินีนในซีรัมและปริมาณยูเรียไนโตรเจนในเลือดสูงขึ้นในวันแรกรับและมีแนวโน้มลดลงในสัปดาห์ต่อมา เว้นแต่มีปริมาณอัลบูมินต่ำกว่าช่วงค่าปกติในวันแรกรับและมีแนวโน้มสูงขึ้นในสัปดาห์ต่อมา ทั้งนี้ปริมาณสารเคมีในเลือดของผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มตลอดระยะเวลาการวิจัยแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p > 0.05) โดยไม่มีรายงานการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงจากการใช้ยาทั้งสองกลุ่ม อย่างไรก็ตามมีเพียงอาการคันและแสบบริเวณบาดแผล การวิจัยนี้สรุปได้ว่าการดูแลบาดแผลไหม้ด้วย 1% ซิลเวอร์ซิงค์ซัลฟาไดอะซีนครีมที่เติมเซริซินช่วยให้บาดแผลไหม้หายเร็วกว่าการดูแลด้วย 1% ซิลเวอร์ซิงค์ซัลฟาไดอะซีนครีมซึ่งเป็นวิธีมาตรฐาน โดยสามารถป้องกันการติดเชื้อของบาดแผลไหม้ได้ไม่แตกต่างกัน ไม่ก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงและพิษต่อ การทำงานของตับและไต |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |