|
การออกแบบระบบบัญชีภายใต้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อลดความผิดพลาดและความล่าช้า: กรณีศึกษาธุรกิจขายส่งผ้าและเส้นด้ายในเขตบางกอกใหญ่ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | นุชนา ชาวบน |
| Title | การออกแบบระบบบัญชีภายใต้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อลดความผิดพลาดและความล่าช้า: กรณีศึกษาธุรกิจขายส่งผ้าและเส้นด้ายในเขตบางกอกใหญ่ |
| Contributor | เดชา โลจนสิริศิลป |
| Publisher | คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยสยาม |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | วารสารบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยสยาม |
| Journal Vol. | 27 |
| Journal No. | 49 |
| Page no. | 77-86 |
| Keyword | การวางระบบบัญชี, เทคโนโลยีสารสนเทศ, ระบบสารสนเทศทางบัญชี, ธุรกิจขนาดย่อม |
| URL Website | https://so07.tci-thaijo.org/index.php/sujba |
| Website title | ThaiJO |
| ISSN | 3057-0654 |
| Abstract | วัตถุประสงค์การวิจัย 1) เพื่อศึกษาปัญหาเกี่ยวกับการจัดทำบัญชีปัจจุบันของธุรกิจในกรณีศึกษา 2) เพื่อวางระบบบัญชีใหม่ที่รองรับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและช่วยลดข้อผิดพลาดและความล่าช้าในการจัดทำบัญชีและ 3) เพื่อประเมินผลของระบบบัญชีที่พัฒนาขึ้นในการลดข้อผิดพลาดและความล่าช้าในการจัดทำบัญชี การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพเก็บข้อมูลด้วยการสังเกตการทำงานและการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 4 คนซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดทำบัญชีและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของธุรกิจในกรณีศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยประกอบด้วย บันทึกการสัมภาษณ์ ผังภาพอธิบายขั้นตอนการทำงานและการส่งผ่านข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลโดยการศึกษาจากผังภาพและการพูดคุยกับผู้ให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ข้อสรุปนำไปสู่การวางระบบบัญชีใหม่ที่เหมาะสมผลการวิจัยพบว่า 1) การศึกษาปัญหาการจัดทำบัญชีปัจจุบันของธุรกิจในกรณีศึกษา พบว่าแผนกต่าง ๆ มีการใช้โปรแกรมสเปรดชีตในการจัดทำข้อมูลและส่งไฟล์ให้กับแผนกบัญชีเพื่อนำไปจัดทำบัญชี การใช้สเปรดชีตทำให้เกิดข้อผิดพลาดทำให้เสียเวลาในการแก้ไขสูตรคำนวณเสมอทำให้การจัดทำบัญชีล่าช้า 2) งานวิจัยได้วางระบบบัญชีใหม่ โดยมีการวางระบบผังบัญชีใหม่ มีการวางรูปแบบแฟ้มข้อมูลดิจิทัลเพื่อการบันทึกข้อมูลลงฐานข้อมูลกลาง มีการออกแบบหน้าจอเพื่อการนำเข้าข้อมูลและ 3) การประเมินผลการติดตั้งระบบบัญชีใหม่ตามที่งานวิจัยได้วางระบบไว้สามารถช่วยให้การจัดทำบัญชีรวดเร็วมากขึ้นจาก 2 สัปดาห์เป็น 1 วันทำการ มีความถูกต้องมากขึ้นและมีมาตรฐานมากขึ้นกว่าร้อยละ 80 ของทั้งหมด ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ |