|
ประสิทธิผลการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ให้เข้าสู่โรคเบาหวานระยะสงบด้วย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มงวด จังหวัดสุราษฎร์ธานี |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | พิชิต สุขสบาย |
| Title | ประสิทธิผลการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ให้เข้าสู่โรคเบาหวานระยะสงบด้วย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มงวด จังหวัดสุราษฎร์ธานี |
| Publisher | โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี |
| Publication Year | 2567 |
| Journal Title | วารสารวิชาการแพทย์เขต 11 |
| Journal Vol. | 38 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 27-43 |
| Keyword | เบาหวานชนิดที่ 2, การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มงวด, การลดยา, การหยุดยา |
| URL Website | https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Reg11MedJ |
| Website title | Thaijo |
| ISSN | 3088-2435 |
| Abstract | ที่มา: ปัจจุบันมีการรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ให้เข้าสู่โรคเบาหวานระยะสงบ เรียกว่า diabetes remission โดยมุ่งหวังให้สามารถควบคุมน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์วินิจฉัยโรคเบาหวานโดยไม่ต้องใช้ยาเพื่อลดระดับน้ำตาล ซึ่งจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาประสิทธิผลการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 (ดัชนีมวลกาย เส้นรอบเอว และน้ำตาลในเลือดสะสม) ความสามารถในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด การลดยา และการหยุดยารักษาโรคเบาหวานด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มงวด และความพึงพอใจต่อการรักษาพยาบาลด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มงวดวิธีการศึกษา: การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป และมารักษาที่โรงพยาบาลบ้านนาสาร โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์ โรงพยาบาลบ้านตาขุน โรงพยาบาลบ้านนาเดิม และโรงพยาบาลชัยบุรี (แห่งละ 40 คน) น้ำตาลในเลือดสะสมก่อนการศึกษา (HbA1c) ตั้งแต่ 7 mg% ขึ้นไป จำนวน 200 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง และกลุ่มเปรียบเทียบ กลุ่มละ 100 คน เครื่องมือที่ใช้คือ แนวทางการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคเบาหวานโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มงวด และแบบเดิม แบบบันทึกภาวะสุขภาพ แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มงวด และเครื่องมือตรวจประเมินภาวะสุขภาพ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา Chi-square test Independent t-test และ Paired sample t-testผลการศึกษา: พบว่า หลังการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มงวด ผู้ป่วยเบาหวานมีดัชนีมวลกาย เส้นรอบเอว และน้ำตาลในเลือดสะสมลดลง หลังการศึกษา 3 เดือน และ 6 เดือน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.001) และมีน้ำตาลในเลือดสะสมลดลงหลังการศึกษา 3 เดือน และ 6 เดือน มากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ มีดัชนีมวลกาย เส้นรอบเอวลดลงหลังการศึกษา 6 เดือน มากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.01) หลังการศึกษา 3 เดือน ผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ร้อยละ 39.0 ลดยารักษาโรคเบาหวานได้ ร้อยละ 46.0 แต่ยังไม่มีผู้ใดหยุดยารักษาเบาหวานได้ ส่วนหลังการศึกษา 6 เดือน สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ร้อยละ 91.0 ลดยารักษาโรคเบาหวานได้ ร้อยละ 57.0 และหยุดยาได้ ร้อยละ 16.0 ทั้งนี้ ส่วนใหญ่ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความพึงพอใจต่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มงวด ระดับมากถึงร้อยละ 93.0สรุป: การรักษาพยาบาลโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มงวดดังกล่าว สามารถใช้ในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ และควรขยายไปใช้ในโรงพยาบาลต่าง ๆ ต่อไป |