|
การพัฒนารูปแบบองค์กรรอบรู้สุขภาพเกี่ยวกับภาวะน้ำหนักเกินของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏภาคเหนือตอนบน |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | วิทญา ตันอารีย์ |
| Title | การพัฒนารูปแบบองค์กรรอบรู้สุขภาพเกี่ยวกับภาวะน้ำหนักเกินของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏภาคเหนือตอนบน |
| Contributor | พรสุข หุ่นนิรันดร์ |
| Publisher | มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ |
| Publication Year | 2564 |
| Journal Title | วารสารวิจัยราชภัฏเชียงใหม่ |
| Journal Vol. | 22 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 52-73 |
| Keyword | องค์กรรอบรู้สุขภาพ, ภาวะน้ำหนักเกิน |
| URL Website | https://so05.tci-thaijo.org/index.php/cmruresearch/index |
| Website title | เว็บไซด์วารสารวิจัยราชภัฏเชียงใหม่ |
| ISSN | 2651-2068 (online) |
| Abstract | การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาต้นทุนองค์กรรอบรู้สุขภาพและความต้องการที่มีต่อการจัดการภาวะน้ำหนักเกิน เพื่อพัฒนารูปแบบ ทดลองใช้และประเมินผลรูปแบบองค์กรรอบรู้สุขภาพเกี่ยวกับภาวะน้ำหนักเกินของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏภาคเหนือตอนบน การวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การศึกษาต้นทุนองค์กรรอบรู้สุขภาพเกี่ยวกับภาวะน้ำหนักเกิน โดยการสัมภาษณ์ผู้บริหาร ภาคีเครือข่ายและผู้ปกครองของนักศึกษาที่มีภาวะน้ำหนักเกิน รวบรวมข้อมูลสภาพการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยของบุคลากร ด้วยแบบสอบถาม กลุ่มตัวอย่าง 262 คน รวบรวมข้อมูลความต้องการที่มีต่อการจัดการภาวะน้ำหนักเกินและพฤติกรรมสุขภาพของนักศึกษา ด้วยแบบสอบถาม กลุ่มตัวอย่าง 343 คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติเชิงพรรณนา ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบองค์กรรอบรู้สุขภาพเกี่ยวกับภาวะน้ำหนักเกิน ระยะที่ 3 การทดลองใช้และประเมินผลรูปแบบองค์กรรอบรู้สุขภาพเกี่ยวกับภาวะน้ำหนักเกิน โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างบุคลากร 30 คน และกลุ่มตัวอย่างนักศึกษา 30 คน วิเคราะห์เปรียบเทียบความรู้ความเข้าใจองค์กรรอบรู้สุขภาพ และเปรียบเทียบน้ำหนักนักศึกษา ด้วยสถิติ Repeated measures ANOVA ผลการวิจัย พบว่า (1) มหาวิทยาลัยมีต้นทุนพัฒนาองค์กรรอบรู้สุขภาพ ประกอบด้วย 1.1) ต้นทุนด้านผู้นำและโครงสร้างองค์กร พบว่าผู้บริหารเปิดใจและมีวิสัยทัศน์ในการพัฒนามหาวิทยาลัยเป็นองค์กรต้นแบบสุขภาพ มีโครงสร้างองค์กรยืดหยุ่น สะดวกต่อการเปลี่ยนแปลงอยู่ในระดับดี 1.2) ต้นทุนด้านการบริหารจัดการ พบว่าการสื่อสารและช่องทางการสื่อสารอยู่ในระดับดี 1.3) ต้นทุนด้านบุคลากร พบว่าบุคลากรมีความมุ่งมั่นจะพัฒนาตนเอง มีความสามารถในการปฏิบัติงานให้บรรลุผลสำเร็จ และมีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงอยู่ในระดับดีมาก 1.4) ต้นทุนระดับบุคคล พบว่า นักศึกษามีความต้องการการจัดการภาวะน้ำหนักเกินอยู่ในระดับมาก มีพฤติกรรมสุขภาพอยู่ในระดับปานกลาง (2) รูปแบบที่พัฒนาขึ้นมี 3 รูปแบบประกอบด้วย 2.1) รูปแบบกิจกรรมด้านบุคลากร 2.2) รูปแบบกิจกรรมด้านนโยบาย 2.3) รูปแบบกิจกรรมด้านนักศึกษา (3) หลังการทดลองใช้รูปแบบ พบว่า3.1) บุคลากรและนักศึกษา มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับองค์กรรอบรู้สุขภาพเกี่ยวกับภาวะน้ำหนักเกินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 3.2) นักศึกษามีน้ำหนักลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 3.3) บุคลากรและนักศึกษามีความพึงพอใจต่อรูปแบบองค์กรรอบรู้สุขภาพเกี่ยวกับภาวะน้ำหนักเกินอยู่ในระดับปานกลาง ผลการศึกษาครั้งนี้สามารถประยุกต์ใช้ในการพัฒนามหาวิทยาลัยรอบรู้สุขภาพ ส่งเสริมและพัฒนาให้บุคลากรและนักศึกษาเป็นทรัพยากรมนุษย์มีคุณภาพ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นและประเทศชาติ |