บทบาทของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการในการบริหารจัดการกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดเชียงใหม่
รหัสดีโอไอ
Creator กำพล ใจทนง
Title บทบาทของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการในการบริหารจัดการกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดเชียงใหม่
Contributor ศรุดา สมพอง
Publisher มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
Publication Year 2563
Journal Title วารสารวิจัยราชภัฏเชียงใหม่
Journal Vol. 21
Journal No. 2
Page no. 128-143
Keyword การกระจายอำนาจ, การบูรณาการ ธรรมาภิบาล, Decentralization, Integration, Good governance
URL Website https://so05.tci-thaijo.org/index.php/cmruresearch/index
Website title เว็บไซด์วารสารวิจัยราชภัฏเชียงใหม่
ISSN 2651-2068 (online)
Abstract การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาบทบาท องค์ประกอบของบทบาทที่เกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรค รวมทั้งแนวทางการบริหารจัดการกลุ่มชาติพันธุ์ของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการในจังหวัดเชียงใหม่ วิธีการศึกษาโดยการวิจัยเชิงคุณภาพ ประชากรผู้ให้ข้อมูลเป็นสำคัญ 4 กลุ่ม คือ ผู้บริหารระดับสูงภาครัฐส่วนกลาง 6 คน ผู้บริหารระดับสูงภาครัฐส่วนจังหวัด 3 คน หัวหน้าเขตประจำอำเภอ 7 คน และกลุ่มตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ 16 คน รวม 32 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาและการตีความ ผลการวิจัยพบว่า บทบาทการบริหารจัดการกลุ่มชาติพันธุ์ของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจาก มีการปฏิรูประบบราชการ ปี พ.ศ.2545 ได้กระจายอำนาจให้หน่วยงานอื่นๆ ส่วนองค์ประกอบบทบาทที่มีเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคมี 2 องค์ประกอบ คือ 1) องค์ประกอบที่ส่งเสริมและสนับสนุนทางภาครัฐมีแนวนโยบายพัฒนาประเทศโดยภาพรวมและมีศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงและกลไกของกลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนช่วยขับเคลื่อนภารกิจ 2) องค์ประกอบที่เหนี่ยวรั้ง ซึ่งเป็นปัญหาและอุปสรรคสำคัญอันมีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ส่วนข้อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหามี 2 แนวทาง คือ 1) ให้มีการปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการโดยการกระจายอำนาจไปยังองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับจังหวัดเป็นหลัก 2) ส่งเสริมให้มีการใช้หลักธรรมาภิบาลอย่างแท้จริงที่ยึดหลักการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมนำการบูรณาการ
วารสารวิจัยราชภัฏเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ