|
การเปรียบเทียบประสิทธิผลของความถี่ในการออกกำลังกายร่วมกับโปรแกรมการให้ความรู้และการติดตามผ่าน Line Application ต่อระดับน้ำตาลในเลือด พฤติกรรมการควบคุมอาหาร และระดับความเครียดในสตรีตั้งครรภ์ที่เป็นโรคเบาหวาน |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ชัยกิจ อุดแน่น |
| Title | การเปรียบเทียบประสิทธิผลของความถี่ในการออกกำลังกายร่วมกับโปรแกรมการให้ความรู้และการติดตามผ่าน Line Application ต่อระดับน้ำตาลในเลือด พฤติกรรมการควบคุมอาหาร และระดับความเครียดในสตรีตั้งครรภ์ที่เป็นโรคเบาหวาน |
| Publisher | โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | วารสารวิชาการแพทย์และสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 3 |
| Journal Vol. | 23 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 334-343 |
| Keyword | โปรแกรมการให้ความรู้, โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์, ระดับน้ำตาลในเลือด, การออกกำลังกาย, ความเครียด |
| URL Website | https://thaidj.org/index.php/smj/index |
| Website title | วารสารวิชาการแพทย์และสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 3 |
| ISSN | ISSN 2774-0579 (Online), ISSN 2821-9201 (Print) |
| Abstract | วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิผลของความถี่ในการออกกำลังกาย ร่วมกับโปรแกรมการให้ความรู้และการติดตามผ่าน Line Application ต่อระดับน้ำตาลในเลือด พฤติกรรมการควบคุมอาหาร และระดับความเครียด ในสตรีตั้งครรภ์ที่เป็นโรคเบาหวาน วิธีการศึกษา: การวิจัยกึ่งทดลองแบบเปรียบเทียบสองกลุ่มและจับคู่ (Quasi-experimental study with matched-pair design) ในสตรีตั้งครรภ์ที่เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ชนิด A1 จำนวน 50 ราย แบ่งเป็นกลุ่มทดลองที่ 1 (ออกกำลังกาย 3 วัน/สัปดาห์, n=25) และกลุ่มทดลองที่ 2 (ออกกำลังกาย 5 วันขึ้นไป/สัปดาห์, n=25) ทั้งสองกลุ่มได้รับโปรแกรมให้ความรู้และการติดตามผ่าน Line Application เก็บรวบรวมข้อมูลระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร (Fasting Plasma Glucose: FPG) ในสัปดาห์ที่ 1, 3 และ 5 ส่วนพฤติกรรมการควบคุมอาหารและสภาวะความเครียด (ST-20) ประเมินในสัปดาห์ที่ 1 และ 5 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ Independent t-test และ Two-way Mixed Repeated Measures ANOVAผลการศึกษา: พบปฏิสัมพันธ์ระหว่างเวลากับกลุ่มต่อระดับ FPG อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (F=5.12, p-value=0.009) โดย ณ สัปดาห์ที่ 5 กลุ่มทดลองที่ 2 มีระดับ FPG เฉลี่ย (88.9±2.9 mg/dL) ต่ำกว่ากลุ่มทดลองที่ 1 (94.9±12.4 mg/dL) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Mean difference = 6.0 mg/dL, 95%CI: 0.8, 11.1, p-value=0.023) ด้านพฤติกรรมสุขภาพ ทั้งสองกลุ่มมีพฤติกรรมการควบคุมอาหารดีขึ้น และมีระดับความเครียดลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับก่อนเริ่มโปรแกรม (p-value<0.001) ซึ่งระดับความเครียดลดลงมาอยู่ที่ขอบล่างของเกณฑ์ระดับสูง อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบระหว่างสองกลุ่ม พบว่าพฤติกรรมการควบคุมอาหารและระดับความเครียดไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value>0.05)สรุป: การออกกำลังกาย 5 วันขึ้นไป/สัปดาห์ ร่วมกับการติดตามผ่าน Line Application มีประสิทธิผลหลักในการลดระดับ FPG ในสตรีตั้งครรภ์ที่เป็นโรคเบาหวาน ได้มากกว่าการออกกำลังกาย 3 วัน/สัปดาห์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในขณะที่ระบบ Line Application ช่วยส่งเสริมพฤติกรรมการควบคุมอาหารและมีแนวโน้มช่วยลดความเครียด การบูรณาการนี้จึงเป็นการเสริมฤทธิ์ในการจัดการโรคเชิงรุกคำสำคัญ: โปรแกรมการให้ความรู้, โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์, ระดับน้ำตาลในเลือด, การออกกำลังกาย, ความเครียด |