|
การตีความหลักการไม่แทรกแซงของอาเซียนใหม่เพื่อแก้ไขปัญหา การจัดการมลพิษจากหมอกควันข้ามพรมแดน |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ชนันภรณ์ บุญเกิดทรัพย์ |
| Title | การตีความหลักการไม่แทรกแซงของอาเซียนใหม่เพื่อแก้ไขปัญหา การจัดการมลพิษจากหมอกควันข้ามพรมแดน |
| Publisher | สำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง |
| Journal Vol. | 9 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 74-102 |
| Keyword | รัฐสมาชิกอาเซียน, มลพิษจากหมอกควันข้ามพรมแดน, หลักการไม่แทรกแซงกิจการภายใน, การตีความใหม่ |
| URL Website | https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MFULJ/ |
| Website title | วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง |
| ISSN | 2774-020X |
| Abstract | สถานการณ์ปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามพรมแดนเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อรัฐสมาชิกอาเซียนมาเป็นเวลานาน โดยปัจจุบันอาเซียนมีกฎหมายระหว่างประเทศร่วมกันเพื่อจัดการปัญหา อย่างไรก็ดีปัญหาดังกล่าวก็ยังคงมีอยู่ รัฐสมาชิกอาเซียนยังไม่อาจจัดการปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและรัฐสมาชิกอื่นก็ไม่อาจเข้าไปยุ่งเกี่ยวในรัฐสมาชิกใดได้เนื่องจากหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในรัฐสมาชิกอื่นบทความนี้นำเสนอความเป็นไปได้ที่จะตีความหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในใหม่เพื่อให้รัฐสมาชิกอาเซียนเข้าไปยุ่งเกี่ยวในรัฐสมาชิกอื่น เช่น การหยิบประเด็นปัญหาขึ้นมาถก มาหารือ ดำเนินการใด ๆ รวมถึงการเข้าไปช่วยเหลือและช่วยจัดการปัญหาดังกล่าวในรัฐสมาชิกอื่น ในกรณีที่รัฐสมาชิกไม่อาจจัดการปัญหาได้โดยลำพัง ในการนี้ให้มีการตีความกฎบัตรอาเซียนโดยใช้หลักการตีความตามวัตถุประสงค์และความมุ่งหมายของกฎบัตรอาเซียนภายใต้ข้อ 31 แห่งอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยกฎหมายสนธิสัญญา ค.ศ. 1969 ซึ่งจะต้องพิจารณาวัตถุประสงค์ของกฎบัตรอาเซียนในเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ผูกพันรัฐสมาชิกอาเซียนด้วย อีกทั้งการตีความยังต้องพิจารณาบริบทกฎหมายระหว่างประเทศอื่นที่รัฐสมาชิกอาเซียนมีพันธกรณีร่วมกันประกอบด้วย ได้แก่ ข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (AATHP) ข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยการจัดการภัยพิบัติและการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉิน (AADMER) แผนงานเพื่อความร่วมมือของอาเซียนในการควบคุมมลพิษจากหมอกควันข้ามแดนที่ออกภายใต้ข้อตกลง AATHP และจารีตประเพณีระหว่างประเทศร่วมกันของรัฐสมาชิกอาเซียนตามหลักการไม่ก่อความเสียหายต่อรัฐอื่น (No-Harm principle) |