|
ศาลปกครองกับความเป็นภาวะวิสัยเชิงระบบ: พื้นฐานแนวคิด ปัญหาเชิงปฏิบัติ และหลักเกณฑ์เพื่อประสิทธิภาพและความเป็นกลาง |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ปภาณภณ ปภังกรภูรินท์ |
| Title | ศาลปกครองกับความเป็นภาวะวิสัยเชิงระบบ: พื้นฐานแนวคิด ปัญหาเชิงปฏิบัติ และหลักเกณฑ์เพื่อประสิทธิภาพและความเป็นกลาง |
| Publisher | สำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง |
| Journal Vol. | 9 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 16-52 |
| Keyword | ความเป็นภาวะวิสัยเชิงระบบ, ศาลปกครอง, การตรวจสอบดุลพินิจ, หลักความได้สัดส่วน, การบริหารจัดการคดี |
| URL Website | https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MFULJ/ |
| Website title | วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง |
| ISSN | 2774-020X |
| Abstract | บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาทางกฎหมายที่ศาลปกครองเผชิญในการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำทางปกครองภายใต้รัฐสมัยใหม่ ซึ่งฝ่ายปกครองมีภารกิจ อำนาจดุลพินิจ และความซับซ้อนทางเทคนิคเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยใช้แนวคิด “ความเป็นภาวะวิสัยเชิงระบบ” เป็นกรอบวิเคราะห์เพื่อชี้ว่า ความเป็นภาวะวิสัยมิใช่เพียงคุณลักษณะส่วนบุคคลของตุลาการ หากเป็นสถาปัตยกรรมของกระบวนการพิจารณาที่ทำให้การชั่งน้ำหนักข้อเท็จจริง มาตรฐานกฎหมาย และเหตุผลของฝ่ายปกครองตรวจสอบได้ สม่ำเสมอ และคาดหมายได้ ผลการศึกษาพบว่า ความเปราะบางสำคัญของความเป็นภาวะวิสัยในคดีปกครองปรากฏเด่นชัดในสามมิติ ได้แก่ (1) เส้นแบ่งที่ไม่ชัดเจนระหว่างการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายกับการเข้าไปแทนที่ดุลพินิจของฝ่ายปกครอง (2) ภาวะไม่สมมาตรด้านข้อมูลและความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะคดีที่มีความซับซ้อนเชิงเทคนิค ซึ่งจำกัดความสามารถของศาลในการทดสอบเหตุผลของฝ่ายปกครอง และ (3) แรงกดดันจากคดีนโยบายสาธารณะ ความมั่นคง และภาวะฉุกเฉิน รวมถึงปัจจัยเชิงสถาบันภายในองค์กรตุลาการ เช่น ระบบแต่งตั้ง โยกย้าย ประเมินผล และวัฒนธรรมองค์กร อันอาจทำให้มาตรฐานการตรวจสอบคลาดเคลื่อนหรือไม่เสมอต้นเสมอปลาย บทความเสนอให้ทำให้ความเป็นภาวะวิสัยเกิดขึ้นได้จริงผ่านมาตรการเชิงระบบและเชิงกระบวนการ ได้แก่ การจัดให้มีผู้เชี่ยวชาญเป็น “ผู้ช่วยศาล” ผ่านทะเบียนกลางที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ การพัฒนาระบบบริหารจัดการคดีและกำหนดกรอบเวลามาตรฐานตามประเภทคดีเพื่อสนับสนุนการแสวงหาความจริงอย่างมีข้อมูล การธำรงความเป็นภาวะวิสัยในคดีความมั่นคงและสถานการณ์ฉุกเฉินโดยกำหนดเกณฑ์ความสามารถตรวจสอบได้โดยศาลแบบแยกประเด็นแทน การปฏิเสธการพิจารณาแบบเหมารวม และสร้างมาตรการวิธีพิจารณาเพื่อจัดการข้อมูลลับโดยยังคงแก่นของการพิจารณาที่เป็นธรรม และการพัฒนาองค์ความรู้เฉพาะด้านของตุลาการอย่างเชิงรุกโดยร่วมมือกับสถาบันภายนอก ทั้งนี้ โดยคงบทบาทศาลในระบบไต่สวนเชิงรุกและการใช้หลักกฎหมายปกครองทั่วไป เช่น หลักความได้สัดส่วนและหลักความคาดหวังอันชอบธรรม ควบคู่กับการอ้างอิงแนวคำพิพากษาเพื่อความสม่ำเสมอและความคาดหมายได้ อันนำไปสู่การถ่วงดุลอำนาจรัฐอย่างเที่ยงธรรมและมีประสิทธิผลตามหลักนิติรัฐในระบอบประชาธิปไตยร่วมสมัย |