|
การพัฒนาและประเมินผลแนวปฏิบัติการพยาบาลสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับออกซิเจนอัตราการไหลสูงในหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลกุมภวาปี |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | วิภารัตน์ สามหมอ |
| Title | การพัฒนาและประเมินผลแนวปฏิบัติการพยาบาลสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับออกซิเจนอัตราการไหลสูงในหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลกุมภวาปี |
| Contributor | เบญจวรรณ กิจควรดี |
| Publisher | สถาบันวิจัยและพัฒนา |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | วารสารวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ |
| Journal Vol. | 5 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 248-265 |
| Keyword | แนวปฏิบัติการพยาบาล, ออกซิเจนอัตราการไหลสูงทางจมูก, ภาวะการหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน, ดัชนี ROX |
| URL Website | https://li01.tci-thaijo.org/index.php/sci_01/article/view/273659 |
| Website title | วารสารวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ |
| ISSN | 2821-9406 (Online) |
| Abstract | การวิจัยและพัฒนานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับออกซิเจนอัตราการไหลสูงในหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย และประเมินผลหลังการนำแนวปฏิบัติไปใช้ ระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. 2568 ถึงมีนาคม พ.ศ. 2569 ในกลุ่มตัวอย่าง 45 ราย เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วยแนวปฏิบัติการพยาบาลที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยให้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน พบว่าทุกข้อคำถามมีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ระหว่าง 0.67-1.00 ทำการศึกษาเป็น 3 ระยะ ได้แก่ 1) ศึกษาสถานการณ์ 2) พัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลโดยใช้ DORAWS HFNC Safety Bundle และ 3) ศึกษาผลของการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลภายใต้กรอบ Evidence-Based Practice และ Clinical Context จากนั้นจัดกลุ่มองค์ประกอบสำคัญเป็น 6 ด้าน ได้แก่ Device Preparation, Oxygen Optimization, ROX Assessment, Airway Care, Weaning และ Safety Prevention วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และเปรียบเทียบผลการนำแนวปฏิบัติไปใช้ด้วยสถิติ Paired t-test และ Friedman test ที่ระดับนัยสำคัญ .05ผลการวิจัยพบว่าหลังการใช้แนวปฏิบัติ ผู้ป่วยมีค่า SpO₂ เพิ่มขึ้นจาก 88.49 ± 2.55% เป็น 96.93 ± 1.71% (p < .001), อัตราการหายใจลดลงจาก 27.33 ± 1.54 เป็น 19.47 ± 2.35 ครั้ง/นาที (p < .001) และ P/F ratio เพิ่มขึ้นจาก 229.80 ± 38.88 เป็น 403.00 ± 42.16 (p < .001) ค่า ROX Index เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) อาการเหนื่อยและการใช้กล้ามเนื้อช่วยหายใจลดลงต่อเนื่อง พบภาวะ HFNC failure ร้อยละ 4.44 (2 ราย) ในกลุ่มผู้ป่วยหลังถอดท่อช่วยหายใจ 8 ราย ไม่พบการใส่ท่อช่วยหายใจซ้ำ ภาวะแทรกซ้อนส่วนใหญ่ไม่รุนแรง ได้แก่ การระคายเคืองจมูก (13.33%) และแผลกดทับ (8.89%) พยาบาลวิชาชีพมีความพึงพอใจต่อแนวปฏิบัติในระดับมากที่สุด (4.79, S.D.=0.41) |