|
การประเมินหลักสูตรสถานศึกษา ห้องเรียนพิเศษเตรียมทหาร (The Pre-Cadet Preparation Program) โรงเรียนพล พุทธศักราช 2567 โดยใช้รูปแบบการประเมินหลักสูตรของ Michael Scriven |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ณัฐวรี ปัตตะเน |
| Title | การประเมินหลักสูตรสถานศึกษา ห้องเรียนพิเศษเตรียมทหาร (The Pre-Cadet Preparation Program) โรงเรียนพล พุทธศักราช 2567 โดยใช้รูปแบบการประเมินหลักสูตรของ Michael Scriven |
| Contributor | กัณฐิกา มาวัน, ปรียาพร นนทรา, วิริยา ศรีจันทร์บุญ, ศุภิสรา เหิมหาญ, สิทธิพล อาจอินทร์ |
| Publisher | มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | วารสารการวิจัยกาสะลองคำ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย |
| Journal Vol. | 20 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 91-112 |
| Keyword | การประเมินหลักสูตร, รูปแบบการประเมินหลักสูตรของ Michael Scriven, หลักสูตร, หลักสูตรห้องเรียนเตรียมทหาร |
| URL Website | https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ksk/ |
| Website title | วารสารการวิจัยกาสะลองคำ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย |
| ISSN | 2697-5017 |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินหลักสูตรห้องเรียนพิเศษเตรียมทหาร โรงเรียนพล พุทธศักราช 2567 โดยใช้รูปแบบการประเมินของ Michael Scriven ซึ่งครอบคลุมทั้งการประเมินผลลัพธ์ตามวัตถุประสงค์ และการประเมินที่มองหาผลกระทบอื่นที่ไม่คาดคิดจากการใช้หลักสูตร กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย ผู้บริหาร ครู นักเรียน และผู้ปกครอง รวม 82 คน เครื่องมือที่ใช้รวบรวมข้อมูลมี 8 ฉบับ ครอบคลุมทั้งแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบประเมิน และแบบบันทึกผลสัมฤทธิ์และคุณลักษณะต่าง ๆ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย (x̅) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า การประเมินผลย่อยด้านกระบวนการใช้หลักสูตร และการประเมินผลภายใน ด้านองค์ประกอบหลักสูตร มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̅ = 4.80 และ 4.95 ตามลำดับ) การประเมินผลรวมอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม โดยนักเรียนร้อยละ 71.42 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ย 3.00 ขึ้นไป และนักเรียนร้อยละ 100 ผ่านเกณฑ์ระดับ “ดี” (ร้อยละ 70 ขึ้นไป) ในด้านการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และความสำเร็จของโครงการ การประเมินผลสำเร็จพบว่าความพึงพอใจของผู้ที่เกี่ยวข้องที่มีต่อหลักสูตรอยู่ในระดับมากที่สุด (x̅ = 4.78) ในขณะที่การประเมินแบบไม่ยึดติดวัตถุประสงค์พบผลกระทบที่ไม่คาดคิดเชิงลบ ได้แก่ ความเครียดสะสมของผู้เรียนจากภาระการเรียนที่เข้มข้น ภาระงานของครูที่เพิ่มขึ้น และข้อจำกัดด้านงบประมาณสำหรับอุปกรณ์ฝึกภาคสนาม สรุปได้ว่า หลักสูตรนี้มีประสิทธิผลสูงในการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนทั้งด้านวิชาการ ทักษะการคิด วินัย และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สามารถเปลี่ยนผ่านนักเรียนพลเรือนให้มีความพร้อมสู่การเป็นนักเรียนทหารได้อย่างสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม การตระหนักถึงผลกระทบข้างเคียงที่ไม่คาดคิดเหล่านี้ จะเป็นข้อมูลสำคัญในการปรับสมดุลตารางเรียน และการบริหารงบประมาณ เพื่อพัฒนาหลักสูตรให้มีความสมบูรณ์และยั่งยืนยิ่งขึ้นต่อไป |