|
ความท้าทายที่สำคัญและการประยุกต์ใช้แอปพลิเคชันในนวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุในประเทศไทย |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ณัชชา สวรรค์วัฒนกุล |
| Title | ความท้าทายที่สำคัญและการประยุกต์ใช้แอปพลิเคชันในนวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุในประเทศไทย |
| Contributor | ศุจิมน มังคลรังษี |
| Publisher | สถาบันราชประชาสมาสัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | วารสารสถาบันราชประชาสมาสัย |
| Journal Vol. | 10 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 35-45 |
| Keyword | ประชากรผู้สูงอายุ, การดูแลผู้สูงอายุ, นวัตกรรมสุขภาพ, ประเทศไทย, สุขภาพดิจิทัล |
| URL Website | https://he04.tci-thaijo.org/index.php/rpsi |
| Website title | https://he04.tci-thaijo.org/index.php/rpsi |
| ISSN | 3057-0824 |
| Abstract | ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอดอย่างรวดเร็ว โดยมีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2574 ประชากรมากกว่า 28% จะมีอายุ 60 ปีขึ้นไป ปัจจุบันประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นรวดเร็วที่สุดในโลก จากประชากรทั้งหมดประมาณ 67 ล้านคน มีผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) ประมาณ 12 ล้านคน การเปลี่ยนแปลงเชิงประชากรนี้ก่อให้เกิดความท้าทายอย่างมากต่อระบบสาธารณสุขระบบสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าวได้มีการพัฒนา “นวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุ” หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่เทคโนโลยีสุขภาพดิจิทัลไปจนถึงโครงการดูแลแบบชุมชนเพื่อรองรับการดูแลประชากรสูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อระบุความท้าทายหลักในระบบการดูแลผู้สูงอายุของประเทศไทย ทบทวนแนวทางนวัตกรรมที่มีอยู่ในปัจจุบัน และเสนอแนวทางเชิงกลยุทธ์สำหรับการประยุกต์ใช้นวัตกรรมด้านผู้สูงอายุให้เหมาะสมกับบริบททางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของประเทศ การศึกษานี้เป็นการทบทวนวรรณกรรมเชิงพรรณนา (Narrative Review) โดยรวบรวมข้อมูลจากฐานข้อมูล Google Scholar, PubMed และ ThaiJo ระหว่างปี 2553-2566 ครอบคลุมทั้งวรรณกรรมภาษาอังกฤษและภาษาไทย บทความวิชาการ รายงานเชิงนโยบาย และงานวิจัยที่คัดเลือกมาได้รับการวิเคราะห์และสังเคราะห์เชิงประเด็นให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการศึกษา ผลการศึกษาพบว่า ระบบการดูแลผู้สูงอายุของประเทศไทยยังคงเผชิญกับปัญหาหลัก ได้แก่ การขาดแคลนผู้ดูแล ความไม่มั่นคงทางการเงินของผู้สูงอายุ และทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่อยู่ในระดับต่ำ แม้จะมีการพัฒนานวัตกรรม เช่น ระบบการแพทย์ทางไกล (Telehealth) บ้านอัจฉริยะ และรูปแบบการดูแลแบบชุมชน แต่การดำเนินงานยังขาดความเชื่อมโยงและไม่ทั่วถึงทั่วประเทศ อุปสรรคสำคัญ ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่ยังไม่เพียงพอ ค่านิยมทางวัฒนธรรมที่ยังยึดโยงกับการดูแลแบบครอบครัว และการขาดระบบเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพระหว่างหน่วยงานต่างๆ ประสบการณ์จากประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของระบบการเงินที่มีโครงสร้างชัดเจน การฝึกอบรมผู้ดูแล และการออกแบบที่เน้นผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง เพื่อส่งเสริมการขยายผลนวัตกรรมอย่างยั่งยืน สรุปได้ว่าการส่งเสริมการนำนวัตกรรมด้านการดูแลผู้สูงอายุมาใช้ในประเทศไทยจำเป็นต้องอาศัยแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทมีความครอบคลุม และมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยผสานเทคโนโลยีเข้ากับการบริการที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะดิจิทัล การเข้าถึงบริการอย่างเท่าเทียม และระบบติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการดูแลผู้สูงอายุที่มีคุณภาพและยั่งยืนในสังคมไทยที่กำลังสูงวัยอย่างรวดเร็ว |