|
ผลของ pH เวลา และอุณหภูมิต่อปริมาณกรดแกมมาอะมิโนบิวทีริก (สารกาบ้า) ของข้าวหลากสายพันธุ์ในพื้นที่ปลูกจังหวัดนครสวรรค์ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ณัชฐ์ธพงศ์ เพชรอำไพ |
| Title | ผลของ pH เวลา และอุณหภูมิต่อปริมาณกรดแกมมาอะมิโนบิวทีริก (สารกาบ้า) ของข้าวหลากสายพันธุ์ในพื้นที่ปลูกจังหวัดนครสวรรค์ |
| Contributor | ศิริกาญจนา ศิรินนทร์ |
| Publisher | มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร |
| Publication Year | 2568 |
| Journal Title | วารสารวิชาการและวิจัย มทร.พระนคร สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี |
| Journal Vol. | 19 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 129-140 |
| Keyword | ข้าว, กาบ้า, การแช่, การงอก |
| URL Website | https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/RMUTP |
| Website title | วารสารวิชาการและวิจัย มทร.พระนคร สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี |
| ISSN | 3027-8260 |
| Abstract | งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของ pH อุณหภูมิ และระยะเวลาในการแช่ และการงอกต่อปริมาณกรดแกมมาอะมิโนบิวทีริกของข้าวที่ปลูกในจังหวัดนครสวรรค์จำนวน 26 สายพันธุ์ โดยใช้ข้าวพันธุ์ปทุมธานี1 เป็นพันธุ์อ้างอิงสภาวะที่เหมาะสมในสารละลายบัฟเฟอร์ (pH4, pH5, pH6, pH7) และน้ำ อุณหภูมิ (35, 40 และ 45 องศาเซลเซียส) และเวลาในการแช่ (3, 8 และ 12 ชั่วโมง) และเวลาในการงอก (24, 36 และ 48 ชั่วโมง) ที่แตกต่างกัน จากนั้นนำไปอบแห้งที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส จนแห้งเพื่อหยุดการงอกของข้าว พบว่าสภาวะแช่ข้าว ในสารละลายบัฟเฟอร์ pH5 อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 8 ชั่วโมง ส่งผลให้ข้าวมีปริมาณสารกาบ้าสูงสุดในเมล็ดข้าว แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) ในขณะที่สภาวะข้าวงอกมีปริมาณกาบ้าสูงสุดคือ ในสารละลายบัฟเฟอร์ pH5 อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 36 ชั่วโมง แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) จากนั้นทำการทดสอบในข้าวทั้ง 26 สายพันธุ์ ภายใต้สภาวะดังกล่าว พบว่า ข้าวที่มีกาบ้าสูงสุด ได้แก่ ข้าวพันธุ์หอมมะลิ105 มีปริมาณกาบ้าในช่วงแช่ข้าว และช่วงข้าวงอกเท่ากับ 12.79±0.12 และ 20.47±0.35 ppm ตามลำดับ ข้าวพันธุ์จ้าวขาวเจ๊กมีปริมาณกาบ้าในช่วงแช่ข้าวต่ำสุด(10.17±0.15 ppm) และข้าวพันธุ์ กข47 มีปริมาณกาบ้าในช่วงข้าวงอกต่ำสุด (11.58±0.15 ppm) ดังนั้นสภาวะเหมาะสมที่ข้าวมีปริมาณสาร กาบ้าสูงสุด เมื่อข้าวงอกในสารละลายบัฟเฟอร์ pH5 อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 36 ชั่วโมง แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 |