|
สิทธิพื้นฐานในการรับบริการจากรัฐด้านการศึกษากับการก่อตั้งโรงเรียนมัธยมศึกษา ประจำอำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ลิขิต กันทะเสน |
| Title | สิทธิพื้นฐานในการรับบริการจากรัฐด้านการศึกษากับการก่อตั้งโรงเรียนมัธยมศึกษา ประจำอำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ |
| Contributor | สยาม ดำปรีดา, พระรังษีวชิรคุณ (ศิริ ทองหล่อ) |
| Publisher | มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์ |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | Journal of Interdisciplinary Buddhism |
| Journal Vol. | 4 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | R6814 |
| Keyword | สิทธิพื้นฐาน, ด้านการศึกษา, โรงเรียนมัธยมศึกษา |
| URL Website | https://so09.tci-thaijo.org/index.php/rabij |
| Website title | https://so09.tci-thaijo.org/index.php/rabij |
| ISSN | ISSN 2822-1222 (Online) |
| Abstract | บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) ศึกษาระดับสิทธิพื้นฐานในการรับบริการจากรัฐด้านการศึกษากับการก่อตั้งโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำอำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ ตามหลักสังคหวัตถุธรรม 2) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของหลักสังคหวัตถุธรรมกับสิทธิพื้นฐานในการรับบริการจากรัฐด้านการศึกษากับการก่อตั้งโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำอำเภอแม่เปิน และ 3) เสนอแนวทางในการส่งเสริมสิทธิพื้นฐานในการรับบริการจากรัฐด้านการศึกษากับการก่อตั้งโรงเรียนมัธยมศึกษา ประจำอำเภอแม่เปิน ตามหลักสังคหวัตถุธรรม การวิจัยเป็นแบบผสานวิธี โดยการวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง 392 คน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 20 รูป/คน ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับสิทธิพื้นฐานในการรับบริการจากรัฐด้านการศึกษากับการก่อตั้งโรงเรียนมัธยมศึกษา ประจำอำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ ในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ (x̅ = 4.61, S.D. 0.26 ) 2)ความสัมพันธ์ของหลักสังคหวัตถุธรรมกับสิทธิพื้นฐานในการรับบริการจากรัฐด้านการศึกษากับการก่อตั้งโรงเรียนมัธยมศึกษา ในสังคมตามหลักสากล โดยภาพรวม มีความสัมพันธ์เชิงบวก ในระดับปานกลาง มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันคอรีเลชั่น เท่ากับ (r = 0.528**) 3) แนวทางการส่งเสริมสิทธิพื้นฐานตามหลักสังคหวัตถุธรรมประกอบด้วย 4 ด้าน คือ (1) ด้านความเสมอภาค รัฐบาลควรขยายโอกาสการเข้าถึง พัฒนาหลักสูตร ดูแลเด็กนอกระบบ และผลักดันกฎหมายสนับสนุนอย่างเท่าเทียม (2) ด้านความเป็นธรรม ควรจัดสรรทรัพยากรตามความจำเป็น ดูแลกลุ่มด้อยโอกาส ป้องกันการเลือกปฏิบัติ และพัฒนาระบบสนับสนุนให้สอดคล้องกับความแตกต่างของผู้เรียน (3) ด้านเสรีภาพ ควรเปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนแสดงความคิดเห็น เลือกเรียนตามความสนใจ เข้าถึงข้อมูลที่หลากหลาย และสนับสนุนบทบาทครูในเรื่องเสรีภาพทางการศึกษา และ (4) ด้านประโยชน์สูงสุด รัฐบาลควรขยายการเข้าถึงโรงเรียนใกล้บ้าน ลดภาระค่าใช้จ่าย พัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างความร่วมมือท้องถิ่น และยกระดับศักยภาพผู้เรียนสู่มาตรฐานสากล |