|
การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการโลจิสติกส์ด้วยการประเมินตัวชี้วัดประสิทธิภาพการจัดการโลจิสติกส์ กรณีศึกษาสถานประกอบการผู้ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ธนวิทย์ ฟองสมุทร์ |
| Title | การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการโลจิสติกส์ด้วยการประเมินตัวชี้วัดประสิทธิภาพการจัดการโลจิสติกส์ กรณีศึกษาสถานประกอบการผู้ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก |
| Contributor | พัชรมณฑ์ อ่อนเชด, เมธี กาญจนเลื่องลือ |
| Publisher | คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ |
| Publication Year | 2568 |
| Journal Title | วารสารบริหารธุรกิจอุตสาหกรรม |
| Journal Vol. | 7 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 203-222 |
| Keyword | การเพิ่มประสิทธิภาพ, ตัวชี้วัดประสิทธิภาพการจัดการโลจิสติกส์ |
| URL Website | https://so03.tci-thaijo.org/index.php/iba |
| Website title | วารสารบริหารธุรกิจอุตสาหกรรม |
| ISSN | 2697-3715 (Print) 2697-3723 (Online) |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินประสิทธิภาพการจัดการโลจิสติกส์ของผู้ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปกรณีศึกษา 2) เสนอแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการโลจิสติกส์ให้กับผู้ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปกรณีศึกษา และ 3) ประเมินผลการประยุกต์ใช้แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการโลจิสติกส์ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงกรณีศึกษา (Case Study) โดยใช้ข้อมูลเชิงปริมาณในการประเมินตัวชี้วัดประสิทธิภาพและการสัมภาษณ์แบบเจาะจงผู้บริหาร 3 ท่านเป็นข้อมูลสนับสนุนการประเมิน เครื่องมือในการวิจัยเป็นแบบประเมินตัวชี้วัดประสิทธิภาพการจัดการโลจิสติกส์ (Industrial Logistics Performance Index: ILPI) ระยะเวลาดำเนินการเก็บข้อมูลระหว่างปี พ.ศ.2565 – 2566 พบว่า สถานประกอบการผู้ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปกรณีศึกษา มีกิจกรรมที่มีผลการประเมินเมื่อเปรียบเทียบอุตสากรรมประเภทอื่นๆ อยู่ในเกณฑ์ด้อยและควรได้รับการปรับปรุงเพื่อพัฒนา จำนวน 5 ตัวชี้วัด ได้แก่ ILPI1R, ILPI2C, ILPI4C, ILPI7C และ ILPI7T ผู้วิจัยจึงได้เสนอแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการโลจิสติกส์ให้กับสถานประกอบการกรณีศึกษาทั้ง 5 ตัวชี้วัด ดังนี้ แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับตัวชี้วัด ILPI1R โดยการวิเคราะห์แนวโน้มความต้องการก่อนการพยากรณ์ เลือกใช้เครื่องมือในการพยากรณ์อย่างง่าย และนำข้อมูลการสั่งซื้อจริงของลูกค้าในอดีตมาใช้ในการพยากรณ์ สำหรับตัวชี้วัด ILPI2C และ ILPI4C ให้ปรับปรุงไปในแนวทางเดียวกันโดยพิจารณาปรับลดจำนวนบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการบริการลูกค้าและการจัดซื้อจัดหาที่มีมากเกินจำเป็น และให้กำหนดภาระหน้าที่ให้ชัดเจน รวมทั้งใช้ประโยชน์จากการสื่อสารผ่านระบบออนไลน์ให้มากขึ้นและลดการใช้โทรศัพท์ สำหรับ ILPI7C และ ILPI7T ควรปรับปรุงไปในแนวทางเดียวกันโดยให้มีการสร้างความร่วมมือกับผู้ส่งมอบวัตถุดิบในการส่งมอบวัตถุดิบ ด้วยการร่วมกันวางแผนลดปริมาณการถือครองวัตถุดิบ ให้ผู้ส่งมอบวัตถุดิบจัดส่งวัตถุดิบตามรอบคำสั่งซื้อ ผลการประเมินการประยุกต์ใช้แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการโลจิสติกส์ โดยให้สถานประกอบการกรณีศึกษาทำการประเมินตัวชี้วัดซ้ำอีกครั้งหลังปรับปรุงตามแนวทางที่ผู้วิจัยเสนอ พบว่า ทั้ง 5 ตัวชี้วัด มีผลการประเมินประสิทธิภาพที่ดีขึ้นทุกตัวชี้วัด |