|
อิทธิพลของระยะปลูกต่อการเจริญเติบโต ผลผลิต และปริมาณสารแคนนาบิไดออลของกัญชงสายพันธุ์ EHFGP#1, EHFGP#3 และ EHFGP#8 ในแปลงกลางแจ้ง |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | วัชรินทร์ จันทวรรณ์ |
| Title | อิทธิพลของระยะปลูกต่อการเจริญเติบโต ผลผลิต และปริมาณสารแคนนาบิไดออลของกัญชงสายพันธุ์ EHFGP#1, EHFGP#3 และ EHFGP#8 ในแปลงกลางแจ้ง |
| Contributor | อรพินธุ์ สฤษดิ์นำ, ระวี คณเดชาบริรักษ์, เสกสรร สงจันทึก, วินัย วิริยะอลงกรณ์ |
| Publisher | สำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | Journal Of Agricultural Research And Extension |
| Journal Vol. | 43 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 1-14 |
| Keyword | ระยะปลูก, กัญชง, สารแคนนาบิไดออล, ปัจจัยการผลิต, สายพันธุ์ |
| URL Website | https://li01.tci-thaijo.org/index.php/MJUJN |
| Website title | Journal Of Agricultural Research And Extension |
| ISSN | 2985-0118 (Online) |
| Abstract | ตั้งแต่ประเทศไทยมีการอนุญาตให้ปลูก ใช้ และศึกษาพืชในกลุ่มกัญชงและกัญชาอย่างถูกต้องตามกฎหมายในปี พ.ศ. 2565 เป็นต้นมา พบว่ามีการปลูกพืชดังกล่าวในเชิงพาณิชย์เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การดำเนินธุรกิจดังกล่าวมีทั้งที่ประสบความสำเร็จและ ที่ประสบปัญหาขาดทุนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากขาด องค์ความรู้โดยเฉพาะเรื่องระยะปลูกที่เหมาะสม และ สายพันธุ์ที่ใช้ปลูกในสภาพแปลงปลูกกลางแจ้ง งานวิจัยนี้ดำเนินการ ณ ศูนย์ทดสอบ วิจัยและพัฒนากัญชง มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ วางแผนการทดลองแบบ 3×3 factorial in randomized complete block design ดังนี้ ปัจจัยที่ 1 ระยะปลูก 3 ระยะ คือ 1x1, 2x1 และ 2x2 เมตร ปัจจัยที่ 2 สายพันธุ์กัญชง 3 สายพันธุ์ คือ EHFGP#1, EHFGP#3 และ EHFGP#8 พบว่า ระยะปลูกมีผลต่อความสูงของต้น ความกว้างของต้น จำนวนข้อปล้องต่อต้น ขนาดของช่อดอก น้ำหนักผลผลิตดอกสด ต่อต้น น้ำหนักผลผลิตดอกแห้งต่อต้น และน้ำหนักผลผลิตดอกแห้งต่อไร่ มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญยิ่ง ทางสถิติ อิทธิพลร่วมพบว่า สายพันธุ์ EHFGP#3 ที่ปลูกในระยะ 1×1 เมตร มีความสูงเฉลี่ยของต้นสูงที่สุด คือ 238.38 เซนติเมตร ส่วนสายพันธุ์ EHFGP#1 ที่ปลูกระยะ 2x1 และ 2×2 เมตร ทำให้มีจำนวนข้อต่อต้น จำนวนกิ่งต่อต้น มากที่สุด โดยมีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญยิ่ง ขณะที่ขนาดช่อดอกมีความแปรปรวนของสายพันธุ์กับระยะปลูก คือ ระยะปลูก 2x2 เมตร ทำให้สายพันธุ์ EHFGP#3 และ EHFGP#8 มีขนาดช่อดอกใหญ่ที่สุด ส่วนระยะปลูก 2x1 เมตร กลับทำให้ช่อดอกของสายพันธุ์ EHFGP#1 มีขนาดช่อดอกใหญ่ที่สุด ด้านของผลผลิตพบว่า สายพันธุ์ EHFGP#1 และ EHFGP#3 ให้น้ำหนักสดและน้ำหนักแห้งต่อต้นมากที่สุด ขณะที่น้ำหนักแห้งต่อไร่ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มว่า EHFGP#3 ที่ปลูก ในระยะ 1x1 เมตร ให้น้ำหนักแห้งต่อไร่เฉลี่ยมากที่สุด ด้านปริมาณสารแคนนาบิไดออล สายพันธุ์เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญยิ่ง สายพันธุ์ EHFGP#1 และ EHFGP#3 มีปริมาณสารสูงที่สุดอยู่ในช่วง 11.76–12.93% และ11.79–13.10% ตามลำดับ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสายพันธุ์กับระยะปลูกมีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญ แต่ระยะปลูกไม่มีอิทธิพลต่อปริมาณสารแคนนาบิไดออล |