ประสิทธิผลของการเริ่มยาต้านไวรัสเร็วแก่ผู้ติดเชื้อเอชไอวีในคลินิกยาต้านไวรัส
รหัสดีโอไอ
Creator สิริวุฒิ กิตติโพธินันท์
Title ประสิทธิผลของการเริ่มยาต้านไวรัสเร็วแก่ผู้ติดเชื้อเอชไอวีในคลินิกยาต้านไวรัส
Contributor ภาณุวัฒน์ นราอาจ, นราศักดิ์ บ่อหน่า
Publisher กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค
Publication Year 2569
Journal Title วารสารควบคุมโรค
Journal Vol. 52
Journal No. 3
Page no. 484-496
Keyword การเริ่มยาต้านไวรัสแบบเร็ว, ผลการรักษาทางคลินิก, ผู้ติดเชื้อเอชไอวี
URL Website https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ
Website title เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค
ISSN 2651-1649
Abstract การศึกษามีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลของการเริ่มยาต้านไวรัสแบบเร็ว (การเริ่มยาภายใน 1-7 วันหลังวินิจฉัย) (rapid antiretroviral therapy: rapid ART) กับการเริ่มยาต้านแบบดั้งเดิม (non-rapid ART) ต่อผลลัพธ์ทางคลินิกของผู้ติดเชื้อเอชไอวี ได้แก่ การเสียชีวิต การกดไวรัส การเกิดโรคฉวยโอกาส รวมถึงการขาดนัด ในระหว่างการรักษา เป็นการวิจัยแบบย้อนหลัง โดยศึกษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ที่เข้ารับบริการใน ART clinic ของหน่วยบริการของรัฐในจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 27 แห่ง ระหว่างเดือนตุลาคม 2565 ถึงกันยายน 2567 จำนวน 178 ราย แบ่งเป็นกลุ่ม non-rapid ART จำนวน 88 ราย และกลุ่ม rapid ART จำนวน 90 ราย หลังติดตามอย่างน้อย 3 เดือน รวบรวมข้อมูล จากเวชระเบียน และวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา การทดสอบไคสแควร์ และ การวิเคราะห์การถดถอยลอจิสติกเชิงพหุ ผลการศึกษาพบว่ากลุ่ม Rapid ART มีระยะเวลาตั้งแต่วินิจฉัยจนได้รับยาเฉลี่ย 3.46 วัน เทียบกับ 31.31 วัน ในกลุ่ม non-rapid ART และพบว่ากลุ่ม Rapid ART มีแนวโน้มเกิดโรคฉวยโอกาสน้อยกว่า (ORadj=0.13; 95% CI=0.02-1.16) และมีแนวโน้มเสียชีวิตน้อยกว่า (ORadj=0.42; 95% CI=0.13-1.42) กลุ่ม non-rapid แต่ทั้งสองผลลัพธ์ไม่พบความแตกต่างกัน เช่นเดียวกับความสามารถในการกดไวรัส (ORadj=1.67; 95% CI=0.87-3.20) อย่างไรก็ตาม พบว่าการขาดนัดเป็นปัจจัยที่สัมพันธ์กับความล้มเหลวในการกดไวรัสอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ORadj=0.28; 95% CI=0.13-0.62) ทั้งนี้ ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเสียชีวิตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ การมีโรคประจำตัว (ORadj=4.56; 95% CI=1.31-15.89) และการป่วยเป็นวัณโรค (ORadj=5.28; 95% CI=1.36-20.53) ส่วนปัจจัยที่สัมพันธ์กับการขาดนัดอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ ระดับของสถานพยาบาล(โรงพยาบาลทั่วไป หรือโรงพยาบาลศูนย์) (ORadj=2.98; 95% CI=1.26-7.05) และพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ (ORadj=3.78; 95%CI=1.29-11.11) ดังนั้นการเริ่มยาต้านแบบเร็วช่วยลดระยะเวลาที่ผู้ติดเชื้ออยู่ในภาวะภูมิคุ้มกันต่ำและลดโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนได้ ทั้งนี้ ผลลัพธ์ทางคลินิกยังขึ้นกับปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น ระดับสถานบริการที่เข้ารับการรักษา และความต่อเนื่องในการรักษา จึงควรเสริมระบบติดตามผู้ป่วยควบคู่กับการเริ่มยาเร็วอย่างมีคุณภาพ
กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ