|
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีของประชาชน จังหวัดสระแก้ว |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | สุรยุทธ สืบจากอินทร์ |
| Title | ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีของประชาชน จังหวัดสระแก้ว |
| Contributor | กัมปนาท ฉายชูวงษ์ |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 52 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 472-483 |
| Keyword | การติดเชื้อ, ปัจจัย, ไวรัสตับอักเสบบี |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | การวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบ case-control study ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีของประชาชน จังหวัดสระแก้ว ในกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 165 ราย แบ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างที่ติดเชื้อ คือ ประชาชนที่มีผลการตรวจคัดกรอง hepatitis B surface antigen (HBsAg) เป็นบวก และได้รับการยืนยันการวินิจฉัยโดยแพทย์ รวมถึงมีผลการตรวจระดับ DNA ของไวรัสตับอักเสบบี จำนวน 55 ราย และกลุ่มตัวอย่างที่ไม่ติดเชื้อ คือประชาชนที่มีผลการตรวจคัดกรอง HBsAg เป็นลบ ที่ไม่มีประวัติเคยป่วยหรือเคยถูกวินิจฉัยเป็นโรคตับอักเสบบีมาก่อน และไม่มีประวัติการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีครบ 3 เข็ม จำนวน 110 ราย เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม และวิเคราะห์ด้วยสถิติการถดถอยลอจิสติกพหุคูณ ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 ผลการวิจัยพบปัจจัยด้านบุคคลที่มีอิทธิพลสูงสุดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ คือ การได้รับเลือดหรือเคยผ่าตัดหรือฉีดยาโดยบุคคลที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ (adjusted odds ratio: AOR=10.98, 95% CI=2.70-44.60) และปัจจัยเสี่ยงด้านบุคคลที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ การเป็นโรคเรื้อรัง (AOR=4.30, 95% CI=1.74-10.63) พฤติกรรมใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น (AOR=3.28, 95% CI=1.16-9.24) และพฤติกรรมการสักหรือเจาะ (AOR=2.82, 95% CI=1.06-7.55) ในส่วนของปัจจัยป้องกัน ได้แก่ ผู้ที่มีอายุ 35-44 ปี (AOR=0.23, 95% CI=0.06-0.83) ซึ่งเป็นปัจจัยด้านสิ่งก่อโรค ส่วนปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมไม่พบว่ามีอิทธิพลต่อการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ดังนั้น หน่วยงานสาธารณสุขควรเร่งพัฒนากลไกการเฝ้าติดตามและควบคุมการทำหัตถการหรือการฉีดยาโดยบุคคลที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ควรมีนโยบายเชิงรุกในการคัดกรองไวรัสตับอักเสบบีในกลุ่มผู้ที่มีโรคเรื้อรังและผู้มีพฤติกรรมเสี่ยง รวมถึงการสร้างความตระหนักรู้เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สิ่งของร่วมกัน เพื่อลดอัตราการแพร่กระจายของเชื้อในชุมชน |