|
การศึกษาย้อนหลังของการติดเชื้อไวรัสโบคาในผู้ป่วยโรงพยาบาลรามาธิบดี ระหว่างปี พ.ศ. 2555-2565 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ตรีวัฒน์ วัฒนะโชคชัย |
| Title | การศึกษาย้อนหลังของการติดเชื้อไวรัสโบคาในผู้ป่วยโรงพยาบาลรามาธิบดี ระหว่างปี พ.ศ. 2555-2565 |
| Contributor | กิ่งกาญจน์ รักษ์มณี, มนัสนันท์ บุญญานุวัตร์, สิรพิชญา พลายแก้ว, ประพันธ์ สุขสุเดช, วอทันยู นครศรี, วุฒิพงษ์ ใจหาญ, พิเชฐ ยุทธนาการวิกรม, ละออ ชัยลือกิจ |
| Publisher | กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | วารสารควบคุมโรค |
| Journal Vol. | 52 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 407-419 |
| Keyword | ไวรัสโบคา, การศึกษาข้อมูลย้อนหลัง, โรงพยาบาลรามาธิบดี |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/DCJ |
| Website title | เว็บไซต์วารสารควบคุมโรค |
| ISSN | 2651-1649 |
| Abstract | ไวรัสโบคา (bocavirus: BoV) เป็นสาเหตุสำคัญของโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในเด็กเล็กการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาความชุกและศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสโบคา ได้แก่ เพศ กลุ่มอายุ ชนิดของสิ่งส่งตรวจ และช่วงระยะเวลาการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในผู้ป่วยที่ส่งตัวอย่างมาตรวจวิเคราะห์ ณ ห้องปฏิบัติการไวรัสวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ระหว่างปี พ.ศ. 2555-2565 โดยวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลัง จากตัวอย่างทางคลินิก 41,807 ตัวอย่าง ผลการศึกษา พบผู้ติดเชื้อไวรัสโบคาจำนวน 1,774 ราย ร้อยละ 4.24 มีความชุกสูงในช่วงเดือน มิถุนายน-สิงหาคม และพบผู้ติดเชื้อไวรัสโบคาสูงสุดในเดือนกรกฎาคมของทุกปี จากการวิเคราะห์ด้วย multivariable logistic regression พบว่าผู้ป่วยเด็กอายุน้อยกว่า 12 ปี มีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสโบคาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้สูงอายุ โดยกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุดคือ toddler (Adjusted OR=21.28, 95% CI=14.12-32.07), รองลงมาคือได้แก่ newborn and infant (Adjusted OR=16.01, 95% CI=10.53-24.32), preschooler (Adjusted OR=7.23, 95% CI=4.60-11.37) และ school-aged child (Adjusted OR=2.51, 95% CI=1.37-4.62) ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบว่า ช่วงเวลาหลังการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 มีความสัมพันธ์กับการตรวจพบเชื้อเพิ่มขึ้น 1.61 เท่า (Adjusted OR=1.61, 95% CI=1.25-2.08) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในขณะที่ปัจจัยด้านเพศ และชนิดของสิ่งส่งตรวจจากระบบทางเดินหายใจไม่พบความสัมพันธ์กับการตรวจพบเชื้อไวรัสโบคาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จากการศึกษาข้อมูลย้อนหลัง 10 ปีนี้ สามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญในการระบุกลุ่มเสี่ยง พยากรณ์โรคเชิงฤดูกาล และมีความเข้าใจเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโบคาเพิ่มมากขึ้น ช่วยให้เราสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้เตรียมความพร้อมเพื่อหาแนวทางป้องกัน และส่งเสริมความรู้ในการเฝ้าระวังเพื่อควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโบคาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น |