|
ประสบการณ์และปัจจัยที่มีผลต่อการรับรู้ด้วยประสาทสัมผัสในย่านเมืองเก่าทุ่งยั้ง-ลับแล |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ธเนศ ปัญญาดี |
| Title | ประสบการณ์และปัจจัยที่มีผลต่อการรับรู้ด้วยประสาทสัมผัสในย่านเมืองเก่าทุ่งยั้ง-ลับแล |
| Contributor | นพดล ตั้งสกุล, ปัทมพร วงศ์วิริยะ |
| Publisher | คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | วารสาร สิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างวินิจฉัย (Built Environment Inquiry – BEI) |
| Journal Vol. | 25 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | ม.ค.-25 |
| Keyword | การรับรู้ด้วยประสาทสัมผัส, มรดกทางวัฒนธรรม, เมืองเก่า, การวางแผนพัฒนาพื้นที่ |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/arch-kku |
| Website title | Built Environment Inquiry Journal Faculty of Architecture Khon Kaen University, Thailand |
| ISSN | 2651-1185 |
| Abstract | การดูแลรักษามรดกวัฒนธรรมในปัจจุบันมักมุ่งเน้นการอนุรักษ์วัฒนธรรมที่จับต้องได้ ขณะที่การพิจารณาวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้และสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องมีเพียงส่วนน้อย ทั้งยังขาดการเชื่อมโยงองค์ประกอบเหล่านี้ผ่านมิติด้านการรับรู้ที่มีผลต่อการสร้างบรรยากาศและความเป็นสถานที่ ทั้งที่ประสาทสัมผัสทั้ง 5 มีบทบาทสำคัญในการรับรู้สภาพแวดล้อม สร้างความเป็นสถานที่ และช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ดังนั้น การศึกษานี้จึงมุ่งศึกษาประสบการณ์การรับรู้องค์ประกอบทางวัฒนธรรมด้วยประสาทสัมผัส รวมถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้ที่มีต่อวัฒนธรรมซึ่งสะท้อนความเป็นพื้นที่เมืองเก่าทุ่งยั้ง-ลับแล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นชุมชนประวัติศาสตร์ที่มีวัฒนธรรมหลากหลายจากการผสมผสานของหลายชาติพันธุ์และวัฒนธรรม มีทั้งมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ด้วยระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานระหว่างวิธีวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ โดยใช้การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ (EFA) กับกลุ่มตัวอย่าง 204 คน ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่เป็นคนในพื้นที่และมีประสบการณ์หรือความเกี่ยวข้องกับพื้นที่เมืองเก่าทุ่งยั้ง-ลับแล ในรูปแบบต่างๆ เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาคือแบบสอบถามแบบรายการและคำถามปลายเปิดผลการวิจัยพบว่า ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้แก่ การมองเห็น การได้ยิน การได้กลิ่น การรับรส และการสัมผัส มีบทบาทสำคัญในการรับรู้วัฒนธรรมและองค์ประกอบทางวัฒนธรรมในพื้นที่เมืองเก่าทุ่งยั้ง-ลับแล ผลการวิเคราะห์ EFA สามารถจัดกลุ่มปัจจัยได้ 4 องค์ประกอบหลักที่ ได้แก่ (1) ปัจจัยด้านลักษณะเฉพาะของสิ่งเร้า (2) ปัจจัยด้านลักษณะส่วนบุคคล (3) ปัจจัยด้านความสัมพันธ์ และ (4) ปัจจัยด้านความต้องการ ซึ่งทั้ง 4 ปัจจัยมีปฏิสัมพันธ์กับประสาทสัมผัสทั้ง 5 สร้างประสบการณ์การรับรู้ที่ซับซ้อนและเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่เมืองเก่าทุ่งยั้ง-ลับแล โดยเฉพาะปัจจัยด้านลักษณะเฉพาะของสิ่งเร้าที่มีค่าน้ำหนักสูงสุด สะท้อนอิทธิพลของสิ่งเร้าทางกายภาพที่สร้างความประทับใจร่วมกันในกลุ่มผู้ใช้พื้นที่ ขณะที่ปัจจัยด้านลักษณะส่วนบุคคลแสดงความหลากหลายของการรับรู้ตามเพศ อายุ อาชีพ ประสบการณ์ที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคลมีผลต่อการรับรู้และตีความวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ผลการศึกษายังสอดคล้องกับแนวคิดที่ว่าประสาทสัมผัสทั้ง 5 มีบทบาทสำคัญต่อการรับรู้คุณค่าทางวัฒนธรรมในสภาพแวดล้อมของเมืองเก่า ทำให้ผู้คนเกิดความเข้าใจ ตระหนัก เห็นคุณค่า เชื่อมโยงกับเรื่องราวในอดีต เกิดความทรงจำร่วม อารมณ์ความรู้สึกและจินตนาการที่มีต่อสถานที่นั้น ๆ ช่วยสร้างอัตลักษณ์และเสริมสร้างการรับรู้ความเป็นสถานที่ของพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรม ผลการศึกษานี้นำไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนและอนุรักษ์เมืองเก่าในบริบทการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมไทยด้วยการรับรู้ทางประสาทสัมผัส สามารถเป็นแนวทางการวางแผนเชิงวัฒนธรรมที่คำนึงถึงความแตกต่างของปัจจัยส่วนบุคคล ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้มีความผูกพันกับพื้นที่ และให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ลักษณะทางกายภาพที่กระตุ้นประสาทสัมผัส เพื่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมที่ครอบคลุมและเหมาะสมกับบริบทเฉพาะของย่านเมืองเก่าแต่ละแห่ง |