|
การพัฒนาระบบการออกแบบบนระบบคลาวด์เพื่อประเมินความคุ้มค่าด้านการลงทุนของโครงการสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานขนาดใหญ่ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การพัฒนาระบบการออกแบบบนระบบคลาวด์เพื่อประเมินความคุ้มค่าด้านการลงทุนของโครงการสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานขนาดใหญ่ |
| Creator | ส่งศักดิ์ อ่อนสุวรรณ์ |
| Contributor | ชาวี บุษยรัตน์, ที่ปรึกษา |
| Publisher | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| Publication Year | 2568 |
| Keyword | สถาปัตยกรรมแบบผสมผสาน, อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI), ระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง, ออโตเดสก์ ฟอร์มา, การประเมินผลแบบเรียลไทม์, Mixed-use architecture, Return on investment (ROI), Cloud computing, Autodesk forma, Real-time feedback |
| Abstract | ขั้นตอนการออกแบบในระยะเริ่มต้น (Early-Stage Design Phase) มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของโครงการสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานขนาดใหญ่ (Large-Scale Mixed-Use Developments) ในอดีต กระบวนการออกแบบสถาปัตยกรรมและการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางการเงิน (Financial Feasibility) มักถูกแยกส่วนออกจากกัน (Siloed Workflows) ซึ่งก่อให้เกิดความล่าช้า ขาดการประเมินผลย้อนกลับแบบทันที (Real-Time Feedback) และจำกัดศักยภาพในการค้นหาทางเลือกการออกแบบที่เหมาะสมที่สุด งานวิจัยนี้จึงมุ่งผสานความเชี่ยวชาญของมนุษย์เข้ากับประสิทธิภาพของเทคโนโลยีการประมวลผล ผ่านการพัฒนาระบบส่วนขยาย (Extension) บนแพลตฟอร์มการออกแบบผ่านระบบคลาวด์ Autodesk Forma ระบบนิเวศบนคลาวด์นี้ช่วยส่งเสริมการทำงานร่วมกันแบบไร้รอยต่อระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลากหลายสาขาอาชีพ สร้างความเข้าใจร่วมกัน และบูรณาการองค์ความรู้แบบพหุวิทยาการระเบียบวิธีวิจัยดำเนินการผ่านการประยุกต์ใช้ Application Programming Interface (API) ชุดคำสั่งฝั่งไคลเอนต์ (Client-Side SDK) เพื่อสกัดข้อมูลเชิงพื้นที่ (Geometric Data) จากแบบจำลองมวลอาคาร 3 มิติบนระบบคลาวด์แบบเรียลไทม์ ข้อมูลเชิงปริมาณเหล่านี้จะถูกนำมาประมวลผลร่วมกับตัวแปรทางเศรษฐศาสตร์ที่สำคัญ เช่น ข้อกำหนดผังเมืองรวม สัดส่วนประสิทธิภาพพื้นที่ (Space Efficiency Ratios) และต้นทุนค่าก่อสร้าง ผ่านอัลกอริทึมการคำนวณทางการเงินที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นเฉพาะ สถาปัตยกรรมของระบบส่วนขยายถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีเว็บสมัยใหม่ (Preact, TypeScript และ Vite) เพื่อให้บูรณาการเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานของระบบคลาวด์ได้อย่างสมบูรณ์ โดยโต้ตอบกับผู้ใช้งานผ่านแผงควบคุมแบบลอยตัว (Interactive Floating Panel)ผลลัพธ์จากการวิจัยคือระบบแอปพลิเคชันที่สามารถใช้งานได้จริง ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพให้สถาปนิกและนักลงทุนสามารถประเมินผลกระทบทางการเงินได้ในทันทีที่รูปทรงสถาปัตยกรรมถูกปรับเปลี่ยน ครอบคลุมถึงงบประมาณการลงทุนรวม (CAPEX) กระแสเงินสดรับต่อเนื่อง (Recurring Revenue) และอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) การบูรณาการทางเทคโนโลยีนี้ช่วยพลิกโฉมขั้นตอนการจัดทำข้อเสนอโครงการ (Proposal Design Phase) โดยลดระยะเวลาการทำงานลงอย่างมีนัยสำคัญ บรรเทาความเสี่ยงด้านงบประมาณบานปลาย (Cost Overruns) และส่งเสริมกระบวนการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล (Data-Driven Decision Making) เพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมสภาพแวดล้อมสรรค์สร้างในอนาคต |